design thinking process 5 ขั้นตอน, design thinking คืออะไร

Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง ? รู้จักเครื่องมือจัดระบบวิธีคิดที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จทั่วโลก !

Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน มีอะไรบ้าง ? รู้จักเครื่องมือจัดระบบวิธีคิดที่ใช้แล้วประสบความสำเร็จทั่วโลก !

ปัจจุบันมีแนวคิดหรือโมเดลธุรกิจมากมายที่นิยมนำมาใช้เพื่อพัฒนาองค์กรหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น SWOT Analysis ตัวอย่างการวิเคราะห์ธุรกิจ หรือโมเดลธุรกิจอื่นๆ รวมถึง Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน ที่หลายๆ คนอาจเคยได้ยินกันมาบ้าง ซึ่งเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีหนังสือแนวพัฒนาตัวเองที่ชื่อ “Designing youe life: คู่มือออกแบบชีวิตด้วย Design Thinking” ออกวางจำหน่ายและอาจกล่าวได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกคนรู้จักกับคำว่า “Design Thinking” กันมากขึ้น

ถ้าใครเคยอ่านหนังสือมาก่อน ก็คงจะทราบว่า หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงการนำเอาแนวคิด Design Thinking มาปรับใช้ในการออกแบบชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการทำงานหรือการดำเนินชีวิต ให้เป็นชีวิตที่ดีและมีความสุข แต่ถ้าใครไม่เคยอ่านหนังสือมาก่อน และกำลังสงสัยว่า Design thinking คืออะไร ? เรามีคำตอบมาให้คุณค่ะ มาไขความให้กระจ่างกันว่า  Design Thinking  Process ประกอบไปด้วยขั้นตอนที่มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง พร้อมมาดูกันว่า มีองค์กรใดบ้างที่นำแนวคิดนี้ไปใช้และประสบความสำเร็จ เผื่อคุณจะได้นำเอาไปปรับใช้กับตัวเองให้ชีวิตหรือธุรกิจของคุณสำเร็จยิ่งกว่าเดิม

ชวนหาคำตอบ ! Design thinking คืออะไร ? และนำไปปรับใช้ได้ยังไงบ้าง

design thinking process 5 ขั้นตอน, design thinking คืออะไร
Image Credit : freepik.com

อันดับแรก เรามาดูกันว่า Design Thinking แท้จริงแล้วคืออะไร ? Design Thinking เป็นกระบวนการคิดในการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และส่งเสริมการมองแบบภาพรวมโดยพิจารณาถึงการแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน ซึ่งสามารถนำเอาไปใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ถ้าเป็นในเชิงธุรกิจคือ การแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ โดยการใช้หลัก “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” หรือคิดในมุมมองของผู้บริโภคว่า ต้องการสินค้าและบริการชนิดใดที่สามารถแก้ไขปัญหาแลตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์

จุดเริ่มต้นของ Design Thinking มีมาตั้งแต่ช่วงปี 1950 – 1960 โดยมักจะใช้ในสายงานออกแบบนวัตกรรมอย่างสายงานวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และสถาปัตยกรรมเป็นหลัก จวบจนกระทั่งในปี 1991 แนวคิด Design Thinking ถูกรู้จักอย่างเป็นวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากบริษัท IDEO บริษัทออกแบบชื่อดังในสหรัฐอเมริกาได้นำเอาแนวคิด  Design Thinking มาพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเม้าส์คอมพิวเตอร์ของ Apple หรือแปรงสีฟัน oral-B สำหรับเด็ก ทำให้ในวงการธุรกิจได้นำเอาแนวคิด Design Thinking มาใช้กันอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้าง และในปี 2004 David Kelly ผู้ก่อตั้งบริษัท IDEO ได้ก่อตั้ง Stanford University’s Hasso Plattner Institute of Design หรือรู้จักกันในชื่อ d.school และแน่นอนว่า เป็นสถาบันที่เปิดสอนเกี่ยวกับการพัฒนาแนวคิดเชิงออกแบบไปใช้ในแง่มุมต่างๆ โดยเฉพาะในวงการออกแบบ วงการนวัตกรรมและวงการธุรกิจ ทำให้ Design Thinking เป็นที่รู้จักในระดับสากลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

ตอนนี้เราก็รู้จักแนวคิด Design Thinking คืออะไร ? กันมากขึ้นแล้ว รวมถึงรู้ที่มาที่ไปของแนวคิดนี้ว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร ต่อไปเราจะมาเจาะลึกกันว่า Design Thinking  Process 5 ขั้นตอนมีขั้นตอนอะไรบ้าง และมีรายละเอียดอย่างไร ไปดูกันค่ะ

เจาลึก ! Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน แนวคิดที่นำพาธุรกิจประสบความสำเร็จ !

Design Thinking  Process ประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนคือ

  1. Empathize – เข้าใจปัญหา
  2. Define – นิยามปัญหาให้ชัดเจน 
  3. Ideate – ระดมสมอง 
  4. Prototype – การสร้างแบบจำลอง และ 
  5. Test – ทดสอบการใช้งาน

โดยแต่ละขั้นตอนจะมีกระบวนการทำงานอย่างไรนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

1. Empathize – เข้าใจปัญหา

design thinking process 5 ขั้นตอน, design thinking คืออะไร
Image Credit : freepik.com

จุดเริ่มต้นของกระบวนการ Design Thinking  Process 5 ขั้นตอนคือ การมี Empathy ต่อลูกค้า ซึ่งหมายถึง การทำความเข้าใจลูกค้าอย่างแท้จริง และคิดในมุมมองของลูกค้าว่าต้องการสิ่งใด หรืออยากให้ปัญหาอะไรได้รับการแก้ไข สามารถเก็บข้อมูลได้ผ่านการสนทนาซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลเชิงลึก หรือจากการทำแบบสอบถาม การทำแบบทดสอบ การลงพื้นที่สำรวจ หรือการสังเกตพฤติกรรมของลูกค้า เป็นต้น และจะทำให้ได้คำตอบว่า แท้จริงแล้วลูกค้าของเราคือคนกลุ่มใด มีปัญหาอะไร และต้องการสิ่งใดที่จะตอบโจทย์ – แก้ไขปัญหานั้นๆ ได้

2. Define – นิยามปัญหาให้ชัดเจน

การนิยามปัญหาให้ชัดเจน เป็นการขยายความในประเด็นที่เกิดขึ้น และเป็นมุมมองเชิงลึก เป็นการวิเคราะห์ สรุป และนิยามปัญหานั้นๆ ออกมาให้เป็นรูปธรรม อาจจะใช้เทคนิค WH Quetions หรือการตั้งคำถามว่า Who – ใคร (ลูกค้าเราเป็นใคร) What -ทำอะไร (ปัญหาของลูกค้าคืออะไร/ลูกค้าต้องการอะไร) Where – ที่ไหน (หากสามารถระบุได้) และ How – อย่างไร (จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร)

3. Ideate – ระดมสมอง

design thinking process 5 ขั้นตอน, design thinking คืออะไร
Image Credit : freepik.com

ในกระบวนการ Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน ขั้นตอนการระดมสมองนี้ จะเป็นขั้นตอนที่สนุกที่สุด เปิดกว้างที่สุด และก่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ มากที่สุด เมื่อระบุปัญหาได้อย่างชัดเจนแล้ว ต่อมาก็เป็นขั้นตอนของการสำรวจแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำ Mindmap การแปะโพสอิทไอเดียลงบนบอร์ดความคิดเห็นให้ได้มากที่สุด การขยายความ Keyword หรือใช้วิธีการ Brainstorm อื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดการแสดงความคิดเห็นต่างๆ และในขั้นตอนระดมสมองนี้ ไม่ควรจำกัดถึงความเป็นไปได้ใดๆ ก็ตาม แต่ให้เน้นการคิดที่หลากหลายและคิดอย่างสร้างสรรค์มากที่สุด มีอิสระมากที่สุด ยิ่งเป็นการคิดนอกกรอบยิ่งดี เพราะอาจจะได้แง่มุมใหม่ๆ ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง

4. Prototype – การสร้างแบบจำลอง

หลังจากนำเสนอไอเดียและได้เลือกเฟ้นไอเดียที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การสร้างแบบจำลอง หรือโมเดลของไอเดียนั้นๆ ก่อนที่จะนำไปใช้งานจริง เพื่อเป็นการทดลองว่าวิธีการนั้นๆ ใช้ได้ผลจริงๆ หรือไม่ และสามารถแก้ไขปัญหา – ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริงหรือยัง ซึ่งนอกจากจะเป็นการทดสอบใช้งานก่อนลงสนามจริงแล้ว ยังเป็นการตรวจสอบข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย ทั้งนี้ การสร้างแบบจำลองอาจไม่ต้องลงทุนให้มีความเสมือนจริง 100% เพราะจะทำให้มีการใช้ทรัพยากรโดยไม่จำเป็น แต่ให้เน้นไปที่การรู้ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น และสามารถนำไปพัฒนาเป็นของจริงได้ในอนาคต

5. Test – ทดสอบการใช้งาน

design thinking process 5 ขั้นตอน, design thinking คืออะไร
Image Credit : freepik.com

เมื่อได้มีการจำลองโมเดลขึ้น และได้นำไปทดลองใช้ พร้อมทั้งปรับปรุงพัฒนาจุดผิดพลาดที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นโมเดลไฟนอลแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายของ  Design Thinking  Process 5 ขั้นตอนคือ การนำไอเดียหรือ Solution ที่ได้มาใช้งานจริงกับกลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าของเรานั่นเอง เพื่อที่จะได้ทราบ Feedback หรือผลลัพธ์จากการใช้งานจริง และนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อยอดเรื่อยๆ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

ทั้งนี้ แม้ว่ากระบวนการจะจบครบทั้ง 5 ขั้นตอนแล้วก็ตาม แต่  Design Thinking  Process 5 ขั้นตอนไม่ได้มีวิธีการเป็นแบบเส้นตรงที่ตายตัว หากในกระบวนการทดสอบการใช้งานแล้วพบเจอกับปัญหาใหม่ๆ หรือยังไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ก็อาจจะต้องกลับไปที่กระบวนการที่ 2 หรือ 3 โดยการนิยามปัญหาใหม่ และนำเสนอไอเดียใหม่ สร้างแบบจำลองใหม่ และนำกลับมาทดสอบใหม่อีกครั้ง

ดูเหมือนจะยุ่งยากหลายขั้นตอน และต้องปรับปรุงพัฒนาซ้ำๆ แต่ Design Thinking ก็เป็นแนวคิดที่นิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็นวิธีการที่ใช้ได้ผลจริงอีกวิธีการหนึ่งในการสร้างนวัตกรรมหรือปรับปรุงพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด หากในทีมหรือในองค์กรมี Agile Mindset คือ การไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลว ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะต้องสำเร็จเข้าสักครั้งค่ะ

ตัวอย่างองค์กรที่ใช้ Design Thinking แล้วประสบความสำเร็จ

มาดูกันว่า องค์กรที่มีการใช้แนวคิด Design Thinking เพื่อปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์ แล้วประสบความสำเร็จ มีองค์กรใดบ้าง ซึ่งเราจะขอยกตัวอย่างเป็นองค์กรระดับโลก 1 แห่ง และองค์กรในไทย 1 แห่ง ดังนี้ค่ะ

PepsiCo

บริษัท PepsiCo สามารถเพิ่มยอดขายได้มากถึง 80% ภายในเวลา 12 ปี ด้วยการใช้วิธีคิดแบบ Design Thinking โดยมีแนวคิดมาจาก Mauro Porcini ผู้ดำรงตำแหน่ง Chief Design Officer ของบริษัท ซึ่งกล่าวเอาไว้ว่า “ปัจจุบันผู้คนไม่ได้ซื้อสินค้าอีกต่อไป แต่ผู้บรโภคซื้อประสบการณ์ที่มีความหมายกับตัวเอง และส่วนใหญ่แล้ว ผู้บริโภคซื้อเรื่องราวที่มากับตัวสินค้าต่างหาก” นั่นเป็นที่มาของ Pepsi Spine ตู้กดน้ำหน้าตาเหมือนจอมือถือสมาร์ทโฟนขนาดใหญ่ที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า โดยลูกค้าสามารถกดหน้าจอเลือกเครื่องดื่มได้หลากหลายชนิดหลากหลายรสชาติ และยังช่วยแนะนำเครื่องดื่มที่ลูกค้าน่าจะชอบจากประวัติการสั่งซื้อครั้งก่อนๆ ซึ่งเป็นการสร้างนวัตกรรมโดยมีความคิดพื้นฐานมาจากความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก

บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

ด้วยกระบวนการคิดแบบ  Design Thinking ซึ่งเน้นไปที่ความต้องการของลูกค้าและสามารถแก้ไขให้กับลูกค้าได้ จึงออกผลิตภัณฑ์ บัตร Krungthai Travel Card ที่มีคอนเสปต์คือ “บัตรเดียว จ่ายได้ทั่วโลก” บัตรกดเงินสดเพื่อการท่องเที่ยวในต่างประเทศใบแรกของประเทศไทย ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้าที่จะเดินทางไปต่างประเทศแต่ไม่อยากพกเงินสดในจำนวนมากเพราะเสี่ยงต่อการถูกโขมย และถ้าหากใช้บัตรเครดิตจะไม่ทราบอัตราแลกเปลี่ยน ณ ขณะนั้น ซึ่งมักเป็นอัตราที่สูง ดังนั้น จึงออกผลิตภัณฑ์นี้โดยลูกค้าสามารถใช้บัตร Krungthai Travel Card แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้หลากหลายสกุลเงินในอัตราพิเศษ สามารถใช้รูดชำระค่าสินค้าและบริการ และใช้ถอนเงินสดได้ที่ตู้ ATM ทั่วโลก ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของลุกค้าอย่างแท้จริง และมีลูกค้าติดต่อธนาคารเพื่อสมัครบัตร Krungthai Travel Card มากเป็นประวัติการณ์

design thinking process 5 ขั้นตอน, design thinking คืออะไร
Image Credit : freepik.com

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับ  Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยใช่ไหม ? และไม่ใช่แค่วงการธุรกิจหรือวงการออกแบบเท่านั้นที่จะสามารถนำเอาแนวคิด  Design Thinking ไปใช้ได้ แม้ในชีวิตของเรา เราก็สามารถนำเอา  Design Thinking มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และการดำเนินชีวิตได้เหมือนกัน เป็นการออกแบบชีวิตตัวเองโดยคำนึงถึงความต้องการของตัวเองเป็นหลัก และหาหนทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการคิดนอกกรอบ คิดค้นหลายๆ ไอเดียซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาวิธีคิดใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ และทดลองใช้วิธีการเหล่านั้น ถ้าไม่ได้ผลก็ไม่เป็นไร ก็แค่นำกลับมาพัฒนาปรับปรุงและทดลองใหม่ จนกว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

Inspire Now ! : Design Thinking เป็นแนวคิดที่มีการผสมผสานทั้งวิธีการทางวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์เข้าด้วยกัน พูดง่ายๆ คือ ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ ใช้ทั้งการทดลอง ทดสอบ และใช้ทั้งจินตนาการ และไม่ได้มีวิธีการตายตัว อย่างที่เน้นย้ำไว้ว่า Design Thinking คำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้และวิธีแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์เป็นสำคัญ และไม่จำกัดไอเดียของตัวเอง สามารถนำเอาไปปรับใช้กับทั้งในเชิงธุรกิจ และในเชิงการใช้ชีวิตได้เช่นเดียวกัน แม้ว่าจะต้องมีการทดลอง ปรับปรุงพัฒนาซ้ำๆ แต่ในที่สุดแล้ว ก็จะได้วิธีการที่ได้ผล

DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีกว่าเดิมใช่ไหม ? ลองเอาวิธีการคิดแบบ  Design Thinking  Process 5 ขั้นตอน ไปปรับใช้กับตัวเองดูนะคะ ได้ผลอย่างไรบ้าง อย่าลืมมาเล่าให้เราฟังด้วยนะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการพัฒนาตัวเองค่ะ ♡

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : voltagecontrol.com, ideo.com, krungthai.com, interaction-design.org

Featured Image Credit : pexels.com/Startup Stock Photos

Facebook Comments

หาข้อมูล-ลงมือเขียนและเรียบเรียงโดยทีมกองบรรณาธิการเว็บไซต์ DIY INSPIRE NOW