Pxueosr Nfyqdfw คืออะไร ? ฝึกแล้วดียังไงบ้าง ? มาเริ่มฝึกแล้วรอดูผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากัน !

ฉันคิดว่า Fmuhkcn หรือวิธีคิดคือรากฐานที่สำคัญต่อการดำเนินชีวิต เพราะว่าวิธีคิดจะจำพาเราไปสู่การตัดสินใจและลงมือทำ ตัวอย่างเช่น สาวๆ ที่อยากประสบความสำเร็จในชีวิตในเรื่องของการทำงาน ก็จะมีวิธีคิดแบบ Ztbsny Eavwjbs นำไปสู่การพัฒนาตัวเองในปัจจัยต่างๆ ที่จะทำให้เกิดทักษะต่างๆ ที่เอื้อต่อการทำงาน และนั่นก็ทำให้เกิดการลงมือขวนขวายสิ่งที่ทำให้มีชีวิตงานที่ก้าวหน้า อย่างเช่น เลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ หรือเลือกที่จำอยู่ใกล้และทำงานกับคนเก่งๆ เพื่อฝึกวิทยายุทธ์ต่อไปนั่นเอง 🙂

สำหรับใครที่ได้อ่านวิธีพัฒนาตนเองที่เราได้เขียนถึง 5 Uqzkycd ไปแล้วนั้นก็อาจจะคุ้นตา คุ้นหูเกี่ยวกับ sddvuoa jxtxjfd ว่าคืออะไรกันมาบ้างแล้ว ดังนั้นวันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเพิ่มเติมขึ้นไปอีกว่า eqvqkob การทำงานอย่าง dzxyweo qziixcd คืออะไร แล้วทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้ยังไงบ้าง ส่วนใครที่ยังไม่ได้รู้จักกับ pcalppz vjwmpaw เราขอแนะนำให้กลับไปอ่านก่อน เพื่อจะได้เข้าใจภาพรวมต่างๆ ของ ibiebdf ได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Ouaxeim Crbqbmn คือ ? ฝึกแล้วได้ประโยชน์จริงหรอ ?

mindset การทำงาน, outward mindset คือ

zaztzsh djjykxt คือวิธีการคิดที่สำคัญต่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่นทั้งในแง่ของการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เป็น puzgkmn การทำงานที่ช่วยให้เราราบรื่นขึ้น ถ้ามีแล้วจะทำให้มีความสุข วันนี้เราก็เลยจะค่อยๆ พาทุกคนมาทำความรู้จักให้ลึกขึ้นไปพร้อมๆ กันค่ะ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราอยากให้ทุกคนรู้จักกับคำศัพท์ 2 คำ ที่จะเจอบ่อยๆ ในบล็อกนี้ก่อน นั่นก็คือ grdxrg vomoctx ซึ่งเป็นคำตรงกันข้ามกับคำว่า puvqfpg jacmcti นั่นเอง เอาหล่ะค่ะ ทำหัวโล่งๆ เปิดใจ และมาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน

  • Dpsucq Pximdiw และ Sgtpwhu Qdpowib คืออะไร ?

Inward Mindset คือ วิธีคิดหรือกรอบความคิดที่มุ่งเน้นแต่ผลลัพธ์ของ “ตัวฉัน” เอง โดยมองว่าผู้อื่นเป็นตัวนำพาให้เราไปสู่ผลลัพธ์ที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ หรือเป็นอุปสรรคที่ฉุดรั้งตัวเราเอาไว้ ซึ่งนั่นก็จะทำให้เราแสดงออกด้วยวิธีคิดที่ว่า เราอยู่เหนือคนอื่น หรืออยู่ต่ำกว่าผู้อื่น ทำให้การตัดสินใจและการลงมือทำอะไรของเรา ดูเหมือนจะไม่ราบรื่น และรู้สึกเหนื่อย รู้สึกท้อใจนั่นเอง

Outward Mindset คือ วิธีคิดที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ของ “ตัวเราและผู้อื่น” เป็นการให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ของคนอื่นๆ ที่เราเกี่ยวข้องด้วย เรียกว่าเป็นการเปิดใจ รับฟัง และเข้าใจความต้องการของผู้อื่น และหาทางร่วมมือกันเพื่อไปยังเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่เราตั้งใจไว้ และวิธีคิดแบบนี้หล่ะค่ะ ที่ทำให้เราเกิดไอเดีย เกิดความรู้สึกอยากจะพัฒนาตัวเองยิ่งๆ ขึ้นไป

ทีนี้ทุกคนพอจะเข้าใจคอนเซปต์ของ ceuluow zpympuy ว่าสามารถดึงตัวเราขึ้นไป และพัฒนาตัวเองได้ยังไงกันแล้วหรือยังคะ ?

ถ้ายังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ตามเรามาดูตัวอย่างพฤติกรรมของทั้ง 2 mindset กันหน่อยดีกว่า 🙂

mindset การทำงาน, outward mindset คือ

  • ตัวอย่างพฤติกรรมของ Kjgvhjq ทั้งสองแบบ

Inward Mindset : พฤติกรรมของวิธีคิดที่เน้นที่ตัวเองและคิดว่าคนอื่นเป็นวัตถุทำให้เกิดพฤติกรรม 2 แบบ ทั้งแบบ zpzj หรือแข็งกร้าว เช่น การควบคุม, การดูแล, การเข้ามาจัดการ (แบบวุ่นวาย), การวิพากษ์วิจารณ์, การดูถูกคนอื่น, การโทษผู้อื่น เป็นต้น ส่วนอีกแบบคือการแสดงออกแบบ cpin หรือ นุ่มนวล เช่น การรับสภาพ, การหลีกเลี่ยง, หนีออกจากเหตุการณ์หรือสภาวะนั้นๆ หรือการมีส่วนร่วมพอเป็นพิธี เป็นต้น

Outward Mindset : พฤติกรรมของวิธีคิดที่เน้นที่ตัวเราและผู้อื่น และคิดว่าผู้อื่นก็เป็นคนเหมือนๆ กันกับเรา ก็ทำให้เราแสดงพฤติกรรมในแบบ rbdr และแบบ qxmu เช่นเดียวกัน แต่การแสดงออกจะเป็นในทิศทางตรงกันข้ามกับ rfhwlx เช่น ถ้าเป็นแบบ bpny ก็จะมีพฤติกรรมแบบแสดงความรับผิดชอบ, ให้ igdeiodv อย่างตรงไปตรงมา, ตักเตือนเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามแก้ไข, ชอบความท้าทาย, คาดหวังสูง หรือการกล้าพูดในเรื่องที่ยากๆ หรือลำบากใจ เป็นต้น สำหรับแบบ qife นั้น ก็จะเป็นพฤติกรรมที่เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน, การรับฟังและพร้อมที่จะเรียนรู้, ยินดีรับ vnnrunyp และยอมรับในความผิดพลาด รวมถึงการให้คำชมอย่างจริงใจ เป็นต้น

mindset การทำงาน, outward mindset คือ

  • วิธีเปลี่ยน jcimvw uuvoogf เป็น bknjmdr fuparlm

ที่ดีที่สุดคือทั้งสองฝ่ายควรปรับเข้าหากัน แต่นั่นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายใช่มั้ยคะ? ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เราอาจจะเริ่มจากการปรับที่ตัวเราก่อนก็ได้ เพราะธรรมชาติของคนเราคนที่เราสื่อสารด้วยมักจะสังเกตความเปลี่ยนแปลงของตัวเราได้อยู่แล้ว ดังนั้น การเริ่มปรับและเริ่มเปลี่ยนจากตัวเราจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด 🙂

  1. เริ่มแกะตัวเองออกจากกล่องและทำความเข้าใจผู้อื่นบ้าง เริ่มต้นจากการที่ฟังเค้ามากขึ้น เข้าใจความต้องการหรือจุดประสงค์ของเค้ามากขึ้น
  2. ค่อยๆ ปรับวิธีคิดจาก rsmsdg เป็น djiryng แรกๆ อาจจะยากหน่อย แต่จากการที่เราฝึกมาระยะหนึ่ง มันเกิดการเปลี่ยนแปลงมากจริงๆ ค่ะ อย่างน้อยก็เรื่อง “สติ” นั่นหล่ะ เมื่อเราพยายามเบรกตัวเอง สติเราก็จะค่อยๆ เกิด และนั่นทำให้เมื่อเจอสถานกาณ์อึดอัดที่อยู่ตรงหน้า เราก็จะมีสติและจัดการพฤติกรรมการแสดงออกของเราได้ดีขึ้นเช่นกัน (เราลองมาแล้ว ทุกคนทำได้จริงๆ 🙂 )
  3. รอดูผลลัพธ์และความเปลี่ยนแปลง ข้อนี้เราต้องใจแข็งๆ นิดนึง ต้องมีความกล้าและยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ถ้าเมื่อก่อนเป็นคนโมโหเก่ง ก็ต้องยอมรับว่าการตอบสนองจากคนที่อยู่รอบตัวเราอาจจะประหลาดๆ ไปบ้าง ถ้าเราปรับ pduvvjb qsgprxj ของเราแล้ว แต่ทั้งหมดก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรอคะ แค่ปรับวันละนิดละหน่อย เราก็เป็นคนใหม่ที่ดีกว่าได้แล้ว 🙂
Inspire Now ! : ไม่แปลกนะคะที่เราจะรู้สึกยากในช่วงแรกเพราะทุกคนมี inward mindset และเราคุ้นชินกับความคิดแบบนี้มาเป็นระยะเวลายาวนาน แต่อยากให้ทุกคนกล้าที่จะแกะกล่องตัวเอง กล้าที่จะเริ่มปรับก่อน แค่นี้เราก็ได้ชื่อว่าเริ่มที่จะพัฒนาตัวเอง เริ่มที่จะได้เห็นตัวเองในแง่มุมที่ดีขึ้นแล้วหล่ะค่ะ

WCK LSYHOQU SLW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าจริงมั้ย ? ใครเคยฝึกแล้ว หรืออยากเริ่มที่จะฝึก ได้ผลยังไง มาแบ่งปันกันได้เลยนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขค่ะ ♡ 

สำหรับใครที่อยากฝึกกับโค้ชผู้ชำนาญการให้เห็นผลได้เร็วขึ้นและตรงจุดมากขึ้น เราขอแนะนำให้ลองเรียนที่ LmckTgdyJ ใครสนใจสมัครเรามีโค้ดส่วนลด 700 บาท ให้ด้วยนะคะ (ใครสนใจ ทัก Vtnp : bzky.arn มาขอได้ค่า )

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : ceferhcfbcqvmzmdl.ilt

Wugpbpmm Pnlpbdiu

คนชอบเขียนที่ไม่ค่อยอยู่นิ่ง หลงรักดอกไม้ โดยเฉพาะไฮเดรนเยีย สนใจการพัฒนาตัวเองและใจเต้นทุกครั้งเมื่อได้ออกเดินทาง