เมล็ดพิทูเนียเพาะยังไง ? แชร์ทิปส์การปลูกพิทูเนียให้เติบโตสวยงาม

ใกล้หน้าร้อนแบบนี้สาวๆ ที่อยากปลูกดอกไม้อาจคิดหนักว่าจะปลูกดอกอะไรที่ทนแดด เหมาะกับอากาศเมืองไทย และมือใหม่ก็สามารถปลูกได้? ต้นพิทูเนีย (Petunia) เป็นคำตอบที่เราอยากแนะนำค่ะ เพราะดอกไม้ชนิดนี้ทั้งปลูกง่าย ทนแดด ทนแล้งได้ดี แถมยังมีสีสันสดใสเหมาะกับฤดูร้อนมากๆ แดดเมืองไทยจะแรงแค่ไหนก็ไม่หวั่น เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ปลูกง่ายที่เหมาะกับสาวๆ มากเลยหล่ะ รู้แบบนี้แล้วใครอยากปลูกพิทูเนีย DIY INSPIRE NOW ก็มี How to เพาะ เมล็ดพิทูเนีย มาฝากแบบ Step by Step แล้วค่ะ

ปลูกต้นพิทูเนียดีอย่างไร ทำไมจึงเป็นดอกไม้ที่สาวๆ ควรปลูกคู่สวน ?

ต้นพิทูเนีย, เมล็ดพิทูเนีย

  1. พิทูเนียเป็นดอกไม้ที่สามารถปลูกได้ทุกฤดู มีความทนทานอย่างมาก อายุยืนกว่าไม้ดอกประเภทล้มลุกชนิดอื่นๆ 
  2. การเพาะเมล็ดและย้ายต้นกล้าทำได้ง่าย โอกาสปลูกสำเร็จมีสูง
  3. ดอกพิทูเนียสามารถออกดอกและบานได้หลายครั้ง ไม่ใช่ดอกไม้ที่บานครั้งเดียวแล้วเหี่ยวแห้งไป หากตัดแต่งและดูแลให้ดีก็สามารถออกดอกและบานได้อีก
  4. ทนแดด ทนแล้ง และทนอากาศร้อนได้ดี สามารถปลูกในประเทศไทยได้สบายๆ จึงเหมาะกับสาวๆ ที่เพิ่งเริ่มปลูกดอกไม้เป็นอย่างมาก

จากข้อดีที่เรากล่าวมาสาวๆ คงเห็นแล้วว่าทำไมพิทูเนียจึงน่าสนใจ ด้วยความที่ดอกสวย สีสันสดใส แถมยังทนแสงแดด จึงเป็นดอกไม้ชนิดแรกๆ ที่เราควรเลือก รับรองว่าไม่มีปัญหาเหี่ยวแห้ง ไหม้แดด หรือปัญหาไม่ออกดอกเมื่อโดนแดดจัดแน่นอน เพราะยิ่งแดดจัดดอกของพิทูเนียก็ยิ่งบานสวยและยังช่วยให้ออกดอกเร็วด้วยนะ

How to การเพาะ เมล็ดพิทูเนีย

ต้นพิทูเนีย, เมล็ดพิทูเนีย

ความจริงแล้วการปลูกต้นพิทูเนียนั้นสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปักชำกิ่ง แต่การเพาะเมล็ดพิทูเนียได้รับความนิยมมากกว่าเนื่องจากเป็นวิธีที่สะดวกรวดเร็วและยังปลูกง่ายอีกด้วย

  • เตรียมวัสดุเพาะ

ขั้นตอนแรกสำหรับการเพาะเมล็ดพิทูเนียคือต้องเตรียมวัสดุเพาะก่อน เพราะดินมีความสำคัญกับการปลูกพิทูเนียต่างจากวิธีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ที่ไม่ต้องใช้ดิน ซึ่งดินที่เหมาะสมสำหรับพิทูเนียก็คือดินที่ร่วน ละเอียด และโปร่ง สามารถผสมได้โดยใช้ดินปลูกต้นไม้ผสมกับขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ใส่ลงในกระบะเพาะหรือถาดพลาสติกเพื่อเตรียมหยอดเมล็ด

  • เริ่มเพาะเมล็ดพิทูเนีย

หลังเตรียมดินสำหรับเพาะเรียบร้อยแล้วให้ใช้ไม้กดลงในดินโดยให้มีความลึกประมาณ 1 เซนติเมตร หากปลูกในแปลงให้กำหนดความกว้างแต่ละร่อง 5 – 8 เซนติเมตร แต่หากปลูกในถาดเพาะก็สามารถใช้ความห่างตามที่ถาดออกแบบมาได้เลย จากนั้นทำการหยอดเมล็ดพิทูเนียและกลบดินให้เรียบร้อย นำกระบะมาพักในที่ร่ม เลือกบริเวณที่โดนแสงแดดรำไร รดน้ำพอชุ่ม ใช้เวลาประมาณ 3 – 5 วันเมล็ดจะเริ่มงอก จากนั้นให้รอจนกว่าต้นกล้าจะแข็งแรงแล้วจึงทำการย้ายไปปลูกในแปลง สวน หรือปลูกในกระถางค่ะ

  • ย้ายเมล็ดพิทูเนียลงแปลงหรือกระถาง

ต้นพิทูเนีย, เมล็ดพิทูเนีย

หลังจากเพาะเมล็ดเรียบร้อยแล้วให้รดน้ำพอชุ่มประมาณ 2 – 3 วันต่อครั้ง อย่ารดน้ำมากไปจนแฉะเพราะพิทูเนียไม่ชอบน้ำมาก จากนั้นรอจนต้นกล้าแข็งแรงก็สามารถทำการย้ายจากกระบะเพาะลงดินหรือกระถางได้เลย ในหนึ่งกระถางสามารถปลูกพิทูเนียหลายต้นได้โดยเลือกจำนวนให้เหมาะสมกับกระถางและไม่แออัดเกินไป 

  • การดูแลหลังปลูก

หลังเราเพาะเมล็ดพิทูเนียและย้ายต้นกล้าลงปลูกแล้ว การดูแลหลังจากนั้นสามารถทำได้โดยนำกระถางพิทูเนียวางไว้กลางแจ้งให้รับแสงแดดมากที่สุดจะช่วยให้ดอกพิทูเนียบานเร็วและสวย ต่างจากวิธีทำให้บัวออกดอกเพราะบัวต้องการแสงแดดอ่อนๆ แค่ช่วงเช้าเท่านั้น ขณะที่พิทูเนียต้องการแดดจัดวันละประมาณ 8 ชั่วโมง ส่วนการรดน้ำให้ดินชุ่มประมาณสัปดาห์ละ 2 -3 ครั้งก็เพียงพอแล้ว อย่าปล่อยให้น้ำขังเด็ดขาดเพราะจะทำให้รากเน่าได้ ส่วนการให้ปุ๋ยหากผสมปุ๋ยคอกในดินปลูกอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้ปุ๋ยเพิ่ม หรืออาจใช้ปุ๋ยแบบละลายช้าโดยให้ 3 เดือนครั้งก็ได้ หากใครไม่มีพื้นที่ที่มีแสงแดดส่องถึง เช่น การปลูกในคอนโด ก็สามารถวางพิทูเนียในร่มได้แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะออกดอกน้อยหรือไม่ออกดอกเลย ดังนั้นพยายามให้พิทูเนียของเรารับแสงให้มากที่สุดจะดีกว่านะคะ

Inspire Now ! : การเพาะเมล็ดพิทูเนียทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหมหล่ะคะ เพราะการปลูกไม่ยุ่งยากเหมือนดอกไม้ชนิดอื่น ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งหรือเลือกรากที่ดีแบบวิธีปลูกดอกกุหลาบ แถมยังทนแดด ทนแล้งได้ดี ปลูกกลางแดดจัดก็ทนทานไม่เหี่ยวแห้ง แถมยังชอบแสงแดดอีกด้วย ยิ่งปลูกกลางแจ้งก็ยิ่งออกดอกสวย เพราะเหตุผลนี้นี่แหละที่ทำให้พิทูเนียเหมาะกับการปลูกในเมืองร้อนแบบประเทศไทยของเราและเหมาะกับสาวๆ ที่เริ่มหัดปลูกดอกไม้ด้วยนะคะ ใครอยากปลูกดอกไม้สีสันสดใสให้สำเร็จหล่ะก็ ลองเริ่มจากการปลูกพิทูเนียก็คือตัวเลือกที่น่าสนใจ ลองนำวิธีการปลูกจากเราไปใช้ได้เลยนะคะ

DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันได้ไอเดียในการค้นหาตัวเองใช่ไหม ? ใครชอบปลูกดอกไม้บ้าง คุณมีประสบการณ์ปลูกดอกไม้ชนิดไหน ลองมาแชร์แนวทางปลูกดอกไม้ให้สวยกับเราได้เลยนะคะ

 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : almanac.com, gardeningknowhow.com

Facebook Comments
ติดต่อเพื่อการโฆษณา