ผักที่ไม่เจ มีอะไรบ้าง ? อะไรกินได้หรือไม่ได้ หาคำตอบได้ที่นี่

ใกล้จะถึงเทศกาลกินเจเข้ามาทุกทีแล้วนะคะ หลายๆ คนคงเตรียมตัวที่จะถือศีลกินเจกันในช่วงเทศกาล ซึ่งถ้าเพิ่งเริ่มกิน อาจจะยังไม่แน่ใจว่ากินเจกินอะไรได้บ้าง อย่างที่รู้กันว่า การกินเจนั้นมีข้อห้ามคือ ไม่สามารถกินเนื้อสัตว์ หรืออาหารที่แปรรูปมาจากเนื้อสัตว์ได้ แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะยังมีข้อห้ามในเรื่องของผักอีกด้วย เพราะไม่ใช่ผักทุกชนิดนะคะที่กินได้ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่กำลังต้องการจะกินเจ DIY INSPIRE NOW จึงมีรายการของ ผักที่ไม่เจ มาฝากทุกคนกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่เราจะได้กินเจได้อย่างถูกต้องกัน

ผักที่ไม่เจ มีอะไรบ้าง ? จะกินเจต้องรู้ก่อนกิน

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

ผักต้องห้ามกินเจนั้น จะเป็นผักที่มีกลิ่นฉุน และมีความเชื่อในทางการแพทย์ของจีนว่าจะไปมีผลกระทบต่ออวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งผักที่ไม่เจนั้น มีอยู่ 5 ชนิด คือ

  1. กระเทียม

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

กระเทียมเป็นผักต้องห้ามกินเจ เพราะเป็นผักที่มีกลิ่นฉุน และมีผลกระทบต่อธาตุไฟในร่างกาย รวมถึงมีความระคายเคืองสูง จึงอาจไปทำลายการทำงานของหัวใจได้

  1. หัวหอม

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

หัวหอมเป็นผักที่ไม่เจ ซึ่งรวมไปถึงต้นหอม และหอมแดงด้วย ผักกลุ่มนี้ก็จัดว่ามีกลิ่นฉุนและต้องห้าม รวมถึงจะมีผลกระทบต่อธาตุน้ำในร่างกาย โดยจะเข้าไปทำลายการทำงานของไต

  1. กุยช่าย

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

ผักต้นสีเขียวที่เป็นผักที่ไม่เจเช่นกัน เพราะมีกลิ่นฉุนไม่น้อย เมื่อกินแล้วจะทำให้กระทบต่อธาตุไม้ภายในร่างกาย โดยจะเข้าไปทำลายการทำงานของตับ

  1. หลักเกียว

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

หรือกระเทียมโทนจีน จะมีลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาวกว่า หากกินเข้าไปจะไปทำลายระบบการทำงานของม้าม และส่งผลกระทบไปยังธาตุดินภายในร่างกาย

  1. ใบยาสูบ

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

รวมถึงบุหรี่ และยาเส้น เพราะถือว่าเป็นยาเสพติดที่จะส่งผลกระทบต่อธาตุโลหะภายในร่างกายได้ โดยจะเข้าไปรบกวนการทำงานของปอด

นอกจากจะมีผักที่ไม่เจ ที่คนกินเจไม่ควรกินแล้วนั้น ยังมีผักอื่นๆ ที่คนกินเจกินได้ และดีต่อร่างกายอีกด้วย โดยควรเลือกกินผักให้ครบ 5 สี เพื่อที่จะได้รับวิตามินและใยอาหารครบถ้วน แถมยังสามารถซื้อผักสดออนไลน์ได้อย่างง่ายๆ ด้วย ซึ่งผัก 5 สีมีอะไรบ้าง ดังนี้

ผักต้องห้ามกินเจ, ผักที่ไม่เจ

  1. ผักสีเขียว เช่น ผักบุ้ง ผักโขม ผักกาดหอม ผักคะน้า และผักสลัดต่างๆ ที่สามารถปลูกเองได้ จากวิธีการปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ มีประโยชน์คือ ช่วยต้านอนุมูลอิสระและป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ป้องกันโรคมะเร็ง ทั้งยังทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ลดการเกิดริ้วรอย และหากกินเป็นประจำจะช่วยให้มีระบบการขับถ่ายที่ดีด้วย
  2. ผักสีเหลือง สีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง มันเทศ มีประโยชน์คือ ช่วยรักษาสุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด และระบบภูมิคุ้มกันต่างๆ ของร่างกาย มีสารลูทีน และสารเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา
  3. ผักสีม่วง สีน้ำเงิน เช่น กะหล่ำสีม่วง มะเขือม่วง มันเทศสีม่วง มีประโยชน์คือ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ และช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมองได้ ทั้งยังยับยั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
  4. ผักสีขาว สีน้ำตาลอ่อน เช่น ลูกเดือย หัวไชเท้า ดอกกะหล่ำ ถั่วงอก มีประโยชน์คือ ช่วยลดอาการอักเสบ และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดไขมันในเลือด และป้องกันโรคความดันโลหิตและโรคหลอดเลือดหัวใจ
  5. ผักสีแดง เช่น มะเขือเทศ บีทรูท พริกหวาน มีประโยชน์คือ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตามินอีถึง 100 เท่า และมากกว่ากลูตาไธโอนถึง 125 เท่า และมีสารไลโคปีน ช่วยบำรุงผิวพรรณและชะลอความชรา และป้องกันการเกิดมะเร็งตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย
Inspire Now ! : แม้ว่าการกินเจนั้นจะมีผักที่ไม่เจที่เราไม่ควรกิน แต่การกินอาหารเจให้ดีต่อสุขภาพนั้น ก็คือต้องกินอาหารให้ครบห้าหมู่ตามปกติ และกินโปรตีนทดแทนเนื้อสัตว์ เช่น เต้าหู้ โปรตีนเกษตร นมถั่วเหลือง ถั่วต่างๆ และงา เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน เมนูเจที่นิยม ได้แก่ หมี่ผัดเจ จับฉ่ายเจ ลาบเจ เต้าหู้ทอด และผัดผักต่างๆ รวมไปถึงสามารถประยุกต์จากเมนูคีโตเจนิคได้ด้วย คือการเน้นไปที่ผักและไขมันดี เช่น ผัดผักรวมโดยใช้น้ำมันมะกอก เป็นต้น การกินเจนั้นแม้ว่าจะมีข้อห้ามหลายอย่าง เช่น ผักต้องห้ามกินเจ แล้วนั้น ยังต้องถือศีล ไม่พูดจาหยาบคาย งดดื่มของมึนเมา เพื่อให้การกินเจนั้น ได้บุญได้กุศลอย่างเต็มที่ และตรงกับความตั้งใจของเราด้วยค่ะ ใครที่กำลังตั้งใจว่าจะกินเจในปีนี้ ก็อย่าลืมศึกษาวิธีการกินให้ถูกต้องก่อนด้วยนะคะ รวมถึงอย่าลืมทำจิตใจให้สบาย ตั้งมั่นในศีลในธรรม เพื่อให้ผลบุญที่จะได้รับส่งถึงตัวเรานั่นเอง

DIY INSPIRE NOW ให้ฉันตามเทรนด์อาหารสุขภาพได้ไม่ยาก และรู้ถึงผักที่ไม่เจ ว่ามีอะไรบ้าง ใช่หรือไม่ ? เพื่อนๆ อย่าลืมนำไปใช้เป็นข้อมูลก่อนจะกินเจกันนะคะ ♡

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : thaihealth.or.th, rosalynth.com, mgronline.com

Facebook Comments
ติดต่อเพื่อการโฆษณา

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก