New Year’s Resulution 2021 ตั้งหลักใหม่หลังโควิด ตั้งเป้าหมายชีวิตให้ทำได้จริง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปี 2020 ที่ผ่านไป เป็นปีโหดหินสำหรับใครหลายคน พอข้ามปีมาที่ปี 2021 คงเป็นโอกาสให้เราได้กอดให้กำลังใจตัวเอง เริ่มต้นใหม่ ได้ ตั้งเป้าหมายชีวิต กันใหม่อีกครั้ง ตอนนี้เดือนกุมภาพันธ์แล้ว เป้าหมายปีใหม่ของทุกคนยังอยู่ดีหรือเปล่าคะ?

ตั้งเป้าหมายชีวิต แล้ว คนส่วนใหญ่รักษาเป้าหมายปีใหม่ไว้ได้นานแค่ไหน?

การตั้งเป้าหมายในชีวิต, ตั้งเป้าหมายชีวิต

ใครที่ยังทำตามเป้าหมายได้อย่างดีอยู่ ถือว่าต้องปรบมือดัง ๆ ให้เลยค่ะ มีสถิติจากหลายแหล่งมากที่บอกว่าเอาเข้าจริงแล้วเป้าหมายปีใหม่ของหลายคนจะอยู่ถึงแค่ประมาณช่วงกลางถึงปลายเดือนมกราคมเท่านั้น บทความของ inc.com เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการตั้ง New Year’s Resolution ของผู้ใช้แอพพลิเคชั่น Strava พบว่ากว่า 80% จะละทิ้งเป้าหมายนั้นภายในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกุมภาพันธ์ โดยในปีล่าสุดนี้ได้ใช้ข้อมูลจากกว่า 800 ล้านบัญชีผู้ใช้ ทำนายว่าวันที่เป้าหมายปีใหม่จะจบลงคือวันที่ 19 มกราคม

การตั้งเป้าหมายในชีวิต, ตั้งเป้าหมายชีวิต

ถ้าตอนนี้เรายังรักษาการตั้งเป้าหมายในชีวิตของเราไว้ได้ ก็ถือว่าชนะสถิตินี้แล้วล่ะค่ะ ส่วนใครที่เผลอทิ้งเป้าหมายชีวิตในปีใหม่นี้ไปแล้ว บทความนี้จะพาทุกคนมาทบทวนหนทางการตั้งเป้าหมายชีวิตและการลงมือทำตามแผนนั้นให้ได้

  • เป้าหมายนั้นใช่สำหรับคุณจริงๆ หรือเปล่า?

เริ่มการจากตั้งเป้าหมายชีวิต ถึงแม้ว่าเป้าหมายของแต่ละคนจะแตกต่างกันไป แต่การตั้งคำถามหลักที่ต้องตอบให้ได้คือ เป้าหมายนั้นตอบสนองกับสิ่งที่เราต้องการในชีวิตจริง ๆ ณ ขณะนี้หรือไม่ เพราะในยุคนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมากที่เราอาจเผลอตั้งเป้าหมายไปตามกระแสความคิดของสังคมรอบข้าง และอาจจะพบภายหลังว่าเป้าหมายที่เราไล่ล่าไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ หรือบางคนอาจยึดติดกับเป้าหมายเดิมที่เคยมีในอดีต แต่เป้าหมายนั้นอาจไม่ใช่สำหรับเราในตอนนี้แล้ว การตั้งเป้าหมายในชีวิตที่มาจากความเข้าใจความต้องการของตัวเองจริง ๆ และทบทวนมันอยู่เสมอ จะเป็นก้าวแรกที่ช่วยให้เรายังคงรักษาการปฏิบัติตามเป้าหมายนั้นไว้ได้

การตั้งเป้าหมายในชีวิต, ตั้งเป้าหมายชีวิต

  • Design Thinking ช่วยคุณได้

แนวคิดอย่าง Design Thinking ได้ถูกอธิบายไว้ใน Ted Talk ชื่อดังของ Bill Burnett เรื่อง Designing Your Life ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการออกแบบและการตั้งเป้าหมายในชีวิต เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เราจะสามารถใช้แก้ปัญหาหรือออกแบบชีวิตของเราได้ ส่วนหนึ่งของแนวคิดนี้คือการลองนึกถึงภาพชีวิตในอีก 5 ปีข้างหน้าที่เราต้องการ  3 รูปแบบ แบบแรกคือรูปแบบชีวิตในรูปแบบปัจจุบันที่เรามีอยู่แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ชีวิตที่เรายังทำงานเดิม แต่ประสบความสำเร็จมาก ๆ อย่างที่เราฝันไว้ รูปแบบที่ 2 คือชีวิตในแบบที่เป็นไปได้หากชีวิตในแบบแรกนั้นพังทลายหรือไม่มีวันเป็นไปได้

การตั้งเป้าหมายในชีวิต, ตั้งเป้าหมายชีวิต

เช่น งานเดิมที่เราทำถูกแทนที่ด้วย AI เราจะทำอะไรใหม่ในชีวิตนี้ ส่วนรูปแบบสุดท้ายคือชีวิตในรูปแบบที่เราต้องการให้มันเป็นโดยไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวกับเรื่องการเงินมาเกี่ยวข้องเลย รูปแบบสุดท้ายนี้จะให้อิสระในการสร้างสรรค์รูปแบบชีวิตของเราอย่างเต็มที่ ลองคิดถึงสิ่งที่เราอยากทำแบบที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะเห็นด้วยหรือไม่ การวาดภาพถึงชีวิต 3 แบบนี้ จะช่วยให้เราเห็นแง่มุมที่ต่างไปของชีวิต เราสามารถนำเอาความสร้างสรรค์จากรูปแบบที่ 3 และความแปลกใหม่จากรูปแบบที่ 2 ที่เราอาจเคยมองข้ามมาผสมผสานเข้ากับชีวิตรูปแบบที่ 1 เพื่อให้ตั้งเป้าหมายชีวิตของเราดีขึ้นได้

  • ขจัดความลังเล

การตั้งเป้าหมายในชีวิตนั้นอาจมีความยากตรงที่มันไม่ใช่สิ่งที่มีใครการันตีกับเราได้ว่าเรามาถูกทางหรือไม่ มันจะให้ผลลัพธ์กับเราอย่างที่ต้องการได้จริงไหม หลายครั้งที่บางคนกลับไปมองเป้าหมายชีวิตที่ตัวเองตั้งไว้แล้ว แต่กลับไม่มั่นใจว่าจะทำได้ไหมหรือมันใช่สิ่งที่เหมาะสมรึเปล่า ความลังเลใจนี้ไม่อาจขจัดไปได้ด้วยการตั้งคำถามซ้ำ ๆ แต่อาจทำให้กระจ่างขึ้นได้ด้วยการเปิดโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสค่ะ แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราต้องลองทำทุกอย่างที่อย่างรู้ด้วยตัวเองเท่านั้นด้วย แต่เราสามารถประหยัดเวลาด้วยการพูดคุยกับคนที่เขามีชีวิตอย่างที่ตรงกับการตั้งเป้าหมายชีวิตของเรา วิธีนี้เรียกว่า Prototyping Conversations เปรียบเสมือนทางลัดให้เราลองแง้มดูอนาคตของเราผ่านชีวิตของคนอื่นก่อน อาจใช้คำถามง่าย ๆ เพื่อให้เรารู้ว่าในหนึ่งวันชีวิตของเขาเป็นอย่างไร หรือฟังจากบทสัมภาษณ์ของคนที่มีชีวิตอย่างที่เราต้องการก็ได้ เมื่อพบสิ่งที่คิดว่าใช่สำหรับเราแล้วก็ลองหาโอกาสให้ตัวเองได้สัมผัสประสบการณ์นั้นดูนะคะ

  • ลองแบ่งเป็นชิ้นเล็กๆ

เมื่อตั้งเป้าหมายชีวิตหลัก ๆ ที่เป็นภาพใหญ่ได้แล้ว การแตกย่อยเป้าหมายออกมาเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วใช้เป็น New Year Resolution จะทำให้ได้ผลดีขึ้นค่ะ จากบทความของ Harvard Health Publishing แนะนำไว้ว่าเป็นวาดภาพฝันไว้แล้ว ให้ลองแบ่งเป็นขั้นตอนเล็ก ๆ ที่เราสามารถทำได้ การที่มีรายการสิ่งต่าง ๆ ที่เราอยากจะทำเอาไว้ นอกจากจะทำให้เห็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว การได้กาช่องที่เราทำสำเร็จแล้วมันสร้างความมั่นใจและเป็นแรงส่งให้เราทำตามเป้าหมายต่อไปได้ดีมากเลยค่ะ ลองแบ่งย่อยการตั้งเป้าหมายชีวิต มาเป็นเป้าหมายในช่วง 10 ปี 5 ปี เป้าหมายประจำปี เล็กลงไปเป็นเป้าหมายรายเดือน และเป้าหมายรายวัน เช่น เป้าหมายหลักคือเรียนรู้วิธีการเขียนโปรแกรม เราอาจแบ่งย่อยเป็นเป้าหมายรายวันด้วยการจัดตารางเวลาอ่านหนังสือและฝึกเขียนโปรแกรม วันละ 2 ชั่วโมง เป็นต้น

การตั้งเป้าหมายในชีวิต, ตั้งเป้าหมายชีวิต

วิธีนี้จะทำให้เราไม่รู้สึกเหนื่อยจนเกินไปนัก ตั้งใจทำตามเป้าหมายเล็ก ๆ ไปเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีเราอาจเข้าไปใกล้เป้าหมายใหญ่ของเราได้อย่างคาดไม่ถึง เมื่อไม่ท้อไปเสียก่อน เพิ่ม Growth Mindset ให้ตัวเองเชื่อว่าจะต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เราก็มีโอกาสจะรักษาเป้าหมายชีวิตของเราไว้ได้นานกว่าที่เคย

Inspire Now ! : การตั้งเป้าหมายชีวิตที่สะท้อนความต้องการของเราอย่างแท้จริงนั้นเป็นการใช้ความสร้างสรรค์และมีความชัดเจนที่จะวัดผลได้ ซึ่งการแบ่งเป้าหมายออกเป็นขั้นตอนเล็กๆ จะช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายได้สำเร็จง่ายขึ้น

DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าได้ใช่ไหม? ขอให้ทุกคนตั้งเป้าหมายชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ และมีแรงทำตามเป้าหมายของตัวเองอย่างต่อเนื่องจนสำเร็จนะคะ

 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : inc.com, health.harvard.eduYouTube/TEDx Talks,  finder.com

Facebook Comments
ติดต่อเพื่อการโฆษณา