นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

Interview : คุยกับคุณอิศมา “นักกิจกรรมบำบัด” ผู้คืนความสุขให้กับทุกมื้ออาหารในครอบครัว

สำหรับหลายๆ บ้าน “มื้ออาหาร” คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนจะได้ล้อมวงทานข้าวและพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในวันที่สมาชิกในบ้านล้มป่วยด้วยโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง สิ่งที่เคยธรรมดาอย่างการกลืนข้าวกลับกลายเป็นเรื่องยากและสร้างความกังวลใจให้กับทั้งผู้ป่วยและคนดูแลไม่น้อยเลยค่ะ เพราะทุกคำที่ป้อนเต็มไปนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อการสำลัก และในวันที่เรากำลังมองหาทางออกเพื่อดูแลคนที่เรารัก เราก็ได้มีโอกาสรู้จักกับศาสตร์หนึ่งที่เรียกว่า “การฝึกกลืน” ซึ่งทำให้เราเข้าใจคำว่าความสุขในมื้ออาหารลึกซึ้งขึ้นมากกว่าที่เคย และในบทความนี้ DIYINSPIRENOW อยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับอาชีพนี้ให้มากขึ้น ผ่านมุมมองของนักกิจกรรมบำบัดที่ดูแลการกลืนตัวจริงที่จะมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะผู้อ่านที่มีผู้สูงอายุอันเป็นที่รักอยู่ในบ้าน เอาหล่ะค่ะ เรามาเปลี่ยนความกังวลใจในมื้ออาหารให้กลายเป็นความเข้าใจกันดีกว่าค่ะ

เจาะลึกศาสตร์แห่งการกลืนกับนักกิจกรรมบำบัดจาก โรงพยาบาลสิรินธร

นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

ในฐานะคนดูแลเราเข้าใจดีเลยค่ะว่าทุกคำกลืนของผู้ป่วยสโตรกมีความหมายมากแค่ไหน เราจึงตั้งใจชวน “คุณอิส อิศมา ฉายวิชิต” นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน จากโรงพยาบาลสิรินธร มาร่วมแบ่งปันความรู้และถอดรหัสวิชาชีพนี้ผ่านบทสัมภาษณ์แบบเป็นกันเองเพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลใจและให้มื้ออาหารของคนที่พวกเรารักปลอดภัยยิ่งขึ้นไปด้วยกันค่ะ

Guest : คุณอิศ อิศมา ฉายวิชิต นักกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลสิรินธร

KINYA เจลช่วยกลืนยา 250 กรัม สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยกลืนลำบาก ช่วยกลืนยาเม็ด แคปซูล ลดปัญหาสำลักยา

1. จริงๆ แล้ว นักกิจกรรมบำบัด คือ อะไร มีบทบาทหน้าที่หลักๆ อะไรบ้างคะ ?

เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยความสงสัยแรกที่คิดว่าคนทั่วไปก็คงคิดไม่ต่างกันว่าจริงๆ แล้วอาชีพนี้ทำหน้าที่อะไรกันแน่ ซึ่งคุณอิศก็ได้อธิบายเอาไว้แบบเข้าใจง่ายว่านักกิจกรรมบำบัดนะคะ จะมีหน้าที่ในการประเมิน วิเคราะห์ แล้วก็ฟื้นฟูผู้รับบริการค่ะ ให้สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวัน แล้วก็พึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพสูงสุดของผู้รับบริการเลยค่ะ โดยที่นักกิจกรรมบำบัดจริงๆ แล้วจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ฝ่ายด้วยกัน คือมี ฝ่ายกาย ฝ่ายเด็ก ฝ่ายจิตสังคม แล้วก็ฝ่ายผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งการกลืนน่ะค่ะ ส่วนใหญ่แล้วมันจะไปอยู่ใน ‘ฝ่ายกาย’ แล้วก็ ‘ฝ่ายผู้สูงอายุ’ ค่ะ โดยจะมีบทบาทในการประเมิน วิเคราะห์ แล้วก็ฟื้นฟูผู้รับบริการให้สามารถกลับมาทานอาหารได้อย่างปลอดภัยค่ะ

2. “นักกายภาพบำบัด” กับ “นักกิจกรรมบำบัด (ที่เชี่ยวชาญด้านการฝึกกลืน)” เขามีบทบาทและโฟกัสที่ต่างกันยังไงบ้างคะ? เพราะคนส่วนใหญ่มักจะคุ้นเคยแต่คำว่านักกายภาพบำบัด

นี่คือจุดที่เราว้าวมากค่ะ เพราะตอนที่ป๊าเราป่วย เราก็รู้จักแต่นักกายภาพบำบัดจนกระทั่งได้รู้ว่ามีอาชีพการฝึกกลืนอยู่ด้วย ก็เลยรู้สึกอยากทำความรู้จักอาชีพนี้มาก พอได้เจอคุณอิศก็เลยได้โอกาสถามถึงความแตกต่างจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง คุณอิศเล่าให้ฟังว่า

“ถ้าในเรื่องของการฟื้นฟูด้านการกลืน จะเป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดเป็นหลักเลยค่ะ ส่วนนักกายภาพบำบัดน่ะค่ะ อาจจะมีส่วนร่วมในเรื่องของการจัดท่าทาง หรือว่าสรีระในการทานอาหาร แล้วก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อลำคอ ในการที่จะกลืน ส่วนกระบวนการกลืน การฝึกกลืนทั้งหมดน่ะค่ะ จะเป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดเลย กายภาพเขาจะเน้นไปเรื่องของขาและการเดิน ส่วนแขนกับการกลืนจะเป็นของกิจกรรมบำบัดเลยค่ะ”

สรุปอีกครั้งจากความเข้าใจของเราก็คือ นักกายภาพบำบัดจะดูแลกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และ “สรีระภายนอก” อย่างการจัดท่าทาง นั่งตัวตรง เตรียมความพร้อมทางร่างกายเพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกทางกายภาพ แต่วินาทีที่อาหารเข้าปาก “กระบวนการภายในช่องปากและกล้ามเนื้อมัดเล็กทั้งหมด” ตั้งแต่กล้ามเนื้อปาก กล้ามเนื้อลิ้น ไปจนถึงระบบประสาทสัมผัสในการกลืน สิ่งนี้คืองานหลักของทีม นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน โดยตรงเลยค่ะ

3. อาชีพนี้ต้องเรียนคณะอะไร ? แล้วในปัจจุบันคนหันมาเรียนด้านนี้กันเยอะมั้ย ? (เป็นอาชีพที่กำลังขาดแคลนหรือเปล่า?)

“อาชีพนักกิจกรรมบำบัดก็ต้องเรียนสาขาวิชากิจกรรมบำบัดเลยค่ะ วุฒิที่จบมามันคือวิทยาศาสตร์ค่ะ ซึ่งกิจกรรมบำบัดเป็นอาชีพที่ขาดแคลน ของ OT (กิจกรรมบำบัด) จะอยู่ที่ปีนึงประมาณ 150-180 คน ประมาณนั้นรวมทุกที่ แต่วันนั้นนักกายภาพบำบัดเหมือนจะมี 800-1,000 คนเลยค่ะ ก็เกือบจะเป็น 10 เท่า คนเรียนน้อยเพราะมีอาจารย์น้อยค่ะ มันเลยเป็นข้อจำกัดว่าปีนึงที่มหิดลจะรับได้แค่ 35-40 คน มากกว่านั้นไม่ได้ ด้วยจำนวนของอาจารย์ค่ะ”

ตัวเลขนี้ทำให้เราตระหนักเลยค่ะว่า ในขณะที่ประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ว่าในแต่ละปีเราผลิตบุคลากรด้านนี้ได้เพียงร้อยกว่าคนต่อปีทั่วประเทศ ต่างจากนักกายภาพเกือบ 10 เท่า อาชีพนี้จึงขาดแคลนและต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาศึกษาต่อเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุอย่างมากค่ะ

นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

4. ในมุมมองของคุณ คนที่จะมาทำอาชีพนี้แล้วเกิดความสำเร็จและมีความสุขได้ ต้องเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ ความสนใจ หรือมีวิธีคิดแบบไหนเป็นพิเศษคะ ?

ตอนที่เราฟังคุณอิศพูดก็รู้สึกว่าชอบสิ่งที่คุณอิศแชร์มากเลยค่ะ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าศาสตร์นี้ไม่ได้ใช้แค่ทักษะการแพทย์เท่านั้น แต่ต้องใช้หัวใจ และวิธีคิดพัฒนาทักษะสมองและจิตใจ ในการทำงานสูงมากค่ะ ลองมาฟังวิธีคิดเรื่องนี้จากคุณอิศกันต่อค่ะ

“ข้อที่ 1 เลยก็คือต้องมีใจในการช่วยเหลือผู้อื่นโดยที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร มีเป้าหมายเพียงแค่ว่าอยากให้เขาพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด 2 ก็คือมีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจเขาว่าโรคที่เขาเป็นบางทีมันทำให้เขาเกิดความเครียดได้ และ 3 ก็คืออยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดค่ะ เพราะเทคนิคการบำบัดฟื้นฟูมันพัฒนาไปเรื่อยๆ มีงานวิจัยมาเรื่อยๆ การที่เราพร้อมพัฒนาตัวเองตลอดจะทำให้เรามั่นใจและทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ”

5. การดูแลผู้ป่วยกลืนลำบากในรั้วโรงพยาบาล กับการเดินทางมาเยียวยาถึงที่บ้าน (Home Care) มีความท้าทายหรือ “วิธีคิดหน้างาน” ที่ต่างกันอย่างไรบ้างคะ?

สำหรับหนูตัวกระบวนการฝึกไม่ต่างเลยค่ะ หนูเต็มที่ทั้งคู่ แต่ความต่างคือ ในโรงพยาบาลคุณหมอจะให้เกณฑ์มาแล้วว่าความดันเท่าไหร่ถึงฝึกได้ ถ้ามีปัญหาความดันสูงต่ำเราก็ส่งปรึกษาแพทย์ได้ทันที แต่พอเป็นเคสโฮม (Home Care) ถ้ามี Condition อะไรเกิดขึ้น นักกิจกรรมบำบัดต้องเป็นคนตัดสินใจหน้างานเอาเอง ว่าจะฝึกยังไง หรือต้องขอข้อมูลทางโรงพยาบาลมาดูว่าตรงตามเกณฑ์ที่จะฝึกได้ไหม

6. ทำไมผู้สูงอายุถึงกลืนลำบาก ? ช่วยขยายความคำว่า “ภาวะกลืนลำบาก” ให้เข้าใจง่ายๆ หน่อยค่ะ ?

“ภาวะกลืนลำบากคือภาวะที่มีความผิดปกติในกระบวนการกลืนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกลืนน้ำ อาหาร หรือน้ำลาย อาการที่พบได้บ่อยคือการสำลัก การไอ ขณะกลืนหรือหลังกลืน ในผู้สูงอายุถ้าไม่มีโรคประจำตัว อาจเกิดจากการเสื่อมตามวัย กำลังกล้ามเนื้อที่ลดลง หรือเกิดจากโรคประจำตัวอย่างหลอดเลือดสมอง (Stroke) และสมองเสื่อมค่ะ”

นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

7. ช่วยเล่าถึงกลไกการทำงานของช่องปาก คอหอย และสมอง ให้ฟังหน่อยว่า ใน 1 คำกลืน มันมีเรื่องราวซับซ้อนขนาดไหน ?

คำตอบนี้ทำเอาเราเหวอเลยค่ะ เพราะไม่เคยคิดเลยว่าการกลืนข้าวหนึ่งคำที่เราทุกคนทำกันทุกมื้ออาหารจะมีกระบวนการที่สลับซับซ้อนขนาดนี้

การกลืนแบ่งเป็น 3 ระยะค่ะ ระยะแรกช่องปาก (Oral phase) ใช้ฟันเคี้ยว ลิ้นคลุกเคล้าอาหารดันไปด้านหลัง ระยะที่สองคอหอย (Pharyngeal phase) เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ ลิ้นไก่จะยกขึ้นปิดกั้นไม่ให้อาหารย้อนขึ้นจมูก และกล่องเสียงจะยกตัวขึ้นพร้อมกับลิ้นปิดกล่องเสียงพับลงมาปิด เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเข้าไปที่หลอดลมแล้วลงไปสู่ปอด จากนั้นกล้ามเนื้อคอหอยจะบีบอาหารลงไปสู่ระยะที่สามคือหลอดอาหาร (Esophageal phase) บีบคลายตัวดันอาหารลงกระเพาะค่ะ”

สำหรับใครที่อยากทำความเข้าใจกระบวนการกลืนที่ละเอียดมากขึ้น ลองอ่านเพิ่มเติมจากบทความคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลนะคะ

8. อะไรคือ ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุด เกี่ยวกับภาวะกลืนลำบากในผู้สูงอายุ ? (เช่น คิดว่าเป็นเรื่องปกติของผู้สูงอายุ หรือสำลักนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร)

“ที่เจอซ้ำๆ บ่อยที่สุดคือ ‘คนไข้ก็ทานได้ปกตินะคะ’ คือคำว่าทานได้ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยค่ะ และอีกคำคือ ‘ก็มีสำลักนิดหน่อยค่ะ แต่กินต่อได้’ เขามองว่าการสำลักเป็นเรื่องปกติ จริงๆ การไอ คือกลไกที่ร่างกายปกป้องไม่ให้อาหารลงปอด ถ้าปล่อยให้สำลักนานๆ อาหารจะเข้าไปสู่ปอดได้ หนูมองว่าการไอขณะกินในผู้สูงอายุ ไม่ยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ”

นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

9. ในฐานะคนดูแล เราจะรู้ได้ยังไงว่าอาการสำลักแบบไหนคือเรื่องธรรมชาติของผู้สูงอายุ หรือแบบไหนคือ “สัญญาณอันตราย” ที่ร่างกายกำลังร้องขอความช่วยเหลือจากนักฝึกกลืน?

Insights พาร์ตนี้คือสิ่งที่ผู้ดูแลต้องจำให้ขึ้นใจเลยค่ะ เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่าภัยเงียบซ่อนอยู่ ลองมาฟังคุณอิศกันต่อค่ะ“อันตรายที่สุดคือ ‘การสำลักเงียบ’ ค่ะ มันจะไม่ปฏิกิริยาไอหรือสำลักแสดงให้เราเห็นเลย จะมารู้ตัวอีกทีตอนปอดติดเชื้อแล้ว วิธีดูคือต้องใช้ตัววัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Oxymeter) ดูค่าออกซิเจน ถ้าค่าลดลงมาต่ำกว่า 2% ขณะกลืน นั่นคือสัญญาณว่าอาจเกิดการสำลักเงียบ ถ้าไอสำลักนานๆ ครั้ง เกิดจากพฤติกรรมกินเร็วคำใหญ่เราปรับช้อนได้ แต่ถ้าไอในทุกมื้อ ไอทุกวัน วันละมื้อ อันนั้นเริ่มอันตรายแล้ว ควรพบนักกิจกรรมบำบัดค่ะ”

เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว Yuwell รุ่น YX-110 มี Bluetooth รับประกันศูนย์ไทย 2 ปี

10. เวลาเจอผู้ป่วยที่ท่านมีความดื้อ ไม่อยากฝึก หรือรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ/ศักดิ์ศรีที่ต้องมาหัดกลืนใหม่เหมือนเด็กๆ คุณมี “จิตวิทยาการทลายกำแพงใจ” อย่างไรบ้างคะ?

นี่คือหัวใจของความอบอุ่นและให้เกียรติคนไข้ที่เราประทับใจที่สุดเลยค่ะ คุณอิศบอกกับเราว่า“หนูจะถามความต้องการของเขาก่อนค่ะว่าอยากถอดสายไหม หรืออยากกินอะไร ให้เขาเป็นคนเลือกเอง เพราะเรายึดหลัก Client-Centered ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ใช้ความต้องการของเขาเป็นหลัก เราจะอธิบายกระบวนการให้เขารู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด บอกข้อดีข้อเสีย ในกรณีที่เขาไม่อยากทาน หนูจะใช้การเกลี้ยกล่อมว่า ขอปรับลองดูคำนึงไหม ถ้าทานแล้วไม่อยากทานต่อไม่เป็นไร แต่ถ้าเขายังยืนยันว่าไม่กิน หนูก็จะเคารพเขา วันนี้เรายังไม่ป้อน เพราะคนไข้ยังไม่พร้อมค่ะ”

สำหรับบ้านไหนที่ผู้สูงอายุมีปัญหาเบื่ออาหารลองอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการดูแลสุขภาพการกินของผู้ใหญ่ในบ้านได้อีกนะคะ 🙂

11. มีพฤติกรรมอะไรบ้างไหมคะที่ผู้ดูแลมักทำด้วยความหวังดี แต่จริงๆ แล้ว อันตรายและห้ามทำเด็ดขาด?

“คือการป้อนน้ำหรืออาหารในท่านอนค่ะ หรือท่าเอนที่สรีระไม่เหมาะสมในการทาน หรือการป้อนน้ำอาหารในขณะที่คนไข้มีสาย NG (สายให้อาหารทางจมูก) อยู่ โดยที่ยังไม่ได้ผ่านการประเมินโดยนักกิจกรรมบำบัดค่ะ เพราะการมีสายแปลว่าความสามารถการกลืนเขาลดลง ถ้าไปป้อนโดยยังไม่ประเมินเป็นสิ่งที่อันตรายค่ะ”

นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

12. อะไรคือหัวใจสำคัญที่สุดที่จะทำให้การฝึกกลืนประสบความสำเร็จ ระหว่าง เทคนิคทางกายภาพ กับ สภาพจิตใจ ของผู้ป่วย และคนดูแล ?

“สำคัญทั้งสองอย่างเลยค่ะ แต่สภาพจิตใจอาจมาเป็นอันดับ 1 สมมติเขากลืนปลอดภัยแต่จิตใจเขาไม่อยากทาน ร่างกายก็ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แต่ถ้าเขายากทาน แม้จะยังกลืนไม่ปลอดภัยเราก็ยังปรับแผนให้เขาได้เคี้ยวบ้างป้อนบ้างแล้วฟีดสายต่อได้ หนูมองว่าถ้าจิตใจเขาพร้อม เขาอยากทาน เขาก็จะอยากออกกำลังกล้ามเนื้อปากตลอด ผลมันก็จะสำเร็จได้ค่อนข้างเร็วมากกว่าค่ะ”

13. อยากให้ช่วยแชร์ 3 เทคนิคง่ายๆ เพื่อเอาไปใช้ในการ “ฝึกกลืนอาหาร” เบื้องต้นที่บ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการสำลักให้กับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย Stroke ค่ะ

“ข้อแรก คือจัดท่าทางให้ใกล้เคียงท่านั่งให้ได้มากที่สุด ลำตัวตั้งตรง คอตั้งตรง ข้อสอง ปรับอาหารให้เหมาะกับผู้รับบริการ เช่น ถ้าไม่มีฟันก็ควรป้อนอาหารที่ไม่ต้องเคี้ยวจะปลอดภัย ข้อสาม สังเกตอาการผิดปกติอย่างการไอการสำลักและไม่ละเลย ถ้าไอบ่อยเพราะกินเร็วคำใหญ่ก็คอยเตือนและปรับช้อนให้เล็กลงค่ะ”

นอกจากที่คุณอิศพูดไปข้างต้นแล้ว การออกกำลังกายกล้ามเนื้อในช่องปาก และลิ้นก่อนกินทุกมื้ออาหารก็จะช่วยให้ผู้ป่วย หรือผู้มีอาการกลืนลำบากกลืนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ลองดูวิธีการบริหารกล้ามเนื้อปากและลิ้นเพิ่มเติมจาก ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลเพิ่มเติมได้เลยนะคะ

14. อาชีพนี้ ให้อะไร และเติมเต็มคุณค่าอะไร ในชีวิตของคุณบ้างคะ ?

“หนูว่าอาชีพนี้ให้คุณค่ากับหนูได้เยอะมากเลยค่ะ เพราะเป็นอาชีพที่เป็นผู้ให้ ได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้หลากหลายทุกช่วงชีวิต สอนให้หนูเป็นผู้ให้โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน มีเป้าหมายเพียงแค่อยากให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ตามศักยภาพ ทำให้หนูมองมนุษย์เป็นองค์รวม (Holistic approach) และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นอย่างมากค่ะ”

นักกิจกรรมบำบัด, ฝึกกลืนอาหาร, ฝึกกลืนอาหาร ผู้สูงอายุ, ฝึกกลืนอาหาร ผู้ป่วย stroke, นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน

15. ขอคำแนะนำหรือกำลังใจสั้นๆ ถึงลูกๆ หรือ Caregiver ทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความกังวลในทุกมื้ออาหารของคนที่พวกเขารักหน่อยค่ะ

“อยากแนะนำให้ Caregiver ทุกคนคอยสังเกตอาการผิดปกติขณะทานอาหารนะคะ ถ้าพบบ่อยแนะพามาประเมินเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต้องใส่สาย NG และอยากเป็นกำลังใจให้ Caregiver ทุกคนเลยนะคะ และอย่าลืมดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตของตัวเองด้วยนะคะ”

ทิคเค่น อัพ เคลียร์ ใยอาหารฝึกกลืน ใช้ปรับความข้นหนืดของอาหาร ช่วยลดอาการไอ ลำลัก หรือ ใช้ฝึกกลืน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่

Inspire Now ! : พูดได้เลยว่าหลังจากที่ป๊าเราได้รับการดูแลและฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญอย่างถูกวิธีแล้ว บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารในบ้านของเราก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากความหวาดกลัวกลายมาเป็นความเข้าใจ เราเรียนรู้ที่จะ “รออย่างเข้าใจ” เรียนรู้องศาการนั่งที่ปลอดภัย และปรับอาหารให้เข้ากับป๊าเราได้มากที่สุด การกินข้าวอาจเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในชีวิตของคนทั่วไป แต่สำหรับครอบครัวผู้ป่วยแล้ว… ในทุกคำที่ท่านกลืนได้อย่างปลอดภัย นั่นคือรอยยิ้ม ความหวัง ที่หล่อเลี้ยงหัวใจของคนในบ้านให้มีความสุขได้ในทุกๆ วันค่ะ เราเข้าใจเรื่องนี้ดี และขอส่งพลังใจดวงโตๆ นี้ไปโอบกอดผู้ดูแลทุกคนด้วยนะคะ สู้ๆ ค่ะ สำหรับใครที่อยากดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพิ่มเติม ฝากเข้าไปติดตามอ่านข้อมูลสุขภาพให้ได้ปรับใช้กันได้จริงทุกวันที่ เว็บไซต์เพื่อสุขภาพดอทคอมค่ะ สำหรับใครที่สนใจเรื่องสังคมผู้สูงอายุมากกว่านี้ ลองอ่านบทสัมภาษณ์มุมมองสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทยจากนักสังคมสงเคราะห์เพิ่มเติมได้อีกนะคะ

DIYINSPIRENOW ทำให้ฉันอยากเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมหรือเปล่า ? อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เอาไปปรับใช้กับผู้สูงอายุที่บ้านยังไงบ้าง ลองมาคอมเมนต์คุยกันนะคะ ♡

☕ สนับสนุน DIYINSPIRENOW

เลี้ยงชานมเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือ สนับสนุนเว็บ DIYINSPIRENOW ให้เราผลิตคอนเท้นต์ดีๆต่อไปกันน้า

QR โอนสนับสนุน DIY Inspire Now
สแกน QR เพื่อโอน — แอปธนาคารจะแสดงชื่อผู้รับก่อนยืนยัน

คนชอบเขียนที่ไม่ค่อยอยู่นิ่ง หลงรักดอกไม้ โดยเฉพาะไฮเดรนเยีย สนใจการพัฒนาตัวเองและใจเต้นทุกครั้งเมื่อได้ออกเดินทาง