Sympathy คืออะไร? ต่างจาก Empathy ตรงไหน? ชวนเข้าใจ 3 ระดับความรู้สึกเพื่อการสื่อสารที่เยียวยาใจได้จริง !
Sympathy คือ อะไร แตกต่างกับ Empathy ตรงไหน ชวนทำความเข้าใจ และฝึกเพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงใจคนให้ได้ดีมากกว่าเดิม พร้อมตัวอย่าง เข้าใจง่าย
สำหรับหลายๆ บ้าน “มื้ออาหาร” คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนจะได้ล้อมวงทานข้าวและพูดคุยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ในวันที่สมาชิกในบ้านล้มป่วยด้วยโรค Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง สิ่งที่เคยธรรมดาอย่างการกลืนข้าวกลับกลายเป็นเรื่องยากและสร้างความกังวลใจให้กับทั้งผู้ป่วยและคนดูแลไม่น้อยเลยค่ะ เพราะทุกคำที่ป้อนเต็มไปนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อการสำลัก และในวันที่เรากำลังมองหาทางออกเพื่อดูแลคนที่เรารัก เราก็ได้มีโอกาสรู้จักกับศาสตร์หนึ่งที่เรียกว่า “การฝึกกลืน” ซึ่งทำให้เราเข้าใจคำว่าความสุขในมื้ออาหารลึกซึ้งขึ้นมากกว่าที่เคย และในบทความนี้ DIYINSPIRENOW อยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับอาชีพนี้ให้มากขึ้น ผ่านมุมมองของนักกิจกรรมบำบัดที่ดูแลการกลืนตัวจริงที่จะมาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่าน โดยเฉพาะผู้อ่านที่มีผู้สูงอายุอันเป็นที่รักอยู่ในบ้าน เอาหล่ะค่ะ เรามาเปลี่ยนความกังวลใจในมื้ออาหารให้กลายเป็นความเข้าใจกันดีกว่าค่ะ

ในฐานะคนดูแลเราเข้าใจดีเลยค่ะว่าทุกคำกลืนของผู้ป่วยสโตรกมีความหมายมากแค่ไหน เราจึงตั้งใจชวน “คุณอิส อิศมา ฉายวิชิต” นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน จากโรงพยาบาลสิรินธร มาร่วมแบ่งปันความรู้และถอดรหัสวิชาชีพนี้ผ่านบทสัมภาษณ์แบบเป็นกันเองเพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลใจและให้มื้ออาหารของคนที่พวกเรารักปลอดภัยยิ่งขึ้นไปด้วยกันค่ะ
Guest : คุณอิศ อิศมา ฉายวิชิต นักกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลสิรินธร

เราเริ่มต้นบทสนทนาด้วยความสงสัยแรกที่คิดว่าคนทั่วไปก็คงคิดไม่ต่างกันว่าจริงๆ แล้วอาชีพนี้ทำหน้าที่อะไรกันแน่ ซึ่งคุณอิศก็ได้อธิบายเอาไว้แบบเข้าใจง่ายว่า“นักกิจกรรมบำบัดนะคะ จะมีหน้าที่ในการประเมิน วิเคราะห์ แล้วก็ฟื้นฟูผู้รับบริการค่ะ ให้สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวัน แล้วก็พึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพสูงสุดของผู้รับบริการเลยค่ะ โดยที่นักกิจกรรมบำบัดจริงๆ แล้วจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ฝ่ายด้วยกัน คือมี ฝ่ายกาย ฝ่ายเด็ก ฝ่ายจิตสังคม แล้วก็ฝ่ายผู้สูงอายุค่ะ ซึ่งการกลืนน่ะค่ะ ส่วนใหญ่แล้วมันจะไปอยู่ใน ‘ฝ่ายกาย’ แล้วก็ ‘ฝ่ายผู้สูงอายุ’ ค่ะ โดยจะมีบทบาทในการประเมิน วิเคราะห์ แล้วก็ฟื้นฟูผู้รับบริการให้สามารถกลับมาทานอาหารได้อย่างปลอดภัยค่ะ”
นี่คือจุดที่เราว้าวมากค่ะ เพราะตอนที่ป๊าเราป่วย เราก็รู้จักแต่นักกายภาพบำบัดจนกระทั่งได้รู้ว่ามีอาชีพการฝึกกลืนอยู่ด้วย ก็เลยรู้สึกอยากทำความรู้จักอาชีพนี้มาก พอได้เจอคุณอิศก็เลยได้โอกาสถามถึงความแตกต่างจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง คุณอิศเล่าให้ฟังว่า
“ถ้าในเรื่องของการฟื้นฟูด้านการกลืน จะเป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดเป็นหลักเลยค่ะ ส่วนนักกายภาพบำบัดน่ะค่ะ อาจจะมีส่วนร่วมในเรื่องของการจัดท่าทาง หรือว่าสรีระในการทานอาหาร แล้วก็ช่วยบริหารกล้ามเนื้อลำตัว กล้ามเนื้อลำคอ ในการที่จะกลืน ส่วนกระบวนการกลืน การฝึกกลืนทั้งหมดน่ะค่ะ จะเป็นหน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดเลย กายภาพเขาจะเน้นไปเรื่องของขาและการเดิน ส่วนแขนกับการกลืนจะเป็นของกิจกรรมบำบัดเลยค่ะ”
สรุปอีกครั้งจากความเข้าใจของเราก็คือ นักกายภาพบำบัดจะดูแลกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และ “สรีระภายนอก” อย่างการจัดท่าทาง นั่งตัวตรง เตรียมความพร้อมทางร่างกายเพื่อช่วยฟื้นฟูผู้ป่วยสโตรกทางกายภาพ แต่วินาทีที่อาหารเข้าปาก “กระบวนการภายในช่องปากและกล้ามเนื้อมัดเล็กทั้งหมด” ตั้งแต่กล้ามเนื้อปาก กล้ามเนื้อลิ้น ไปจนถึงระบบประสาทสัมผัสในการกลืน สิ่งนี้คืองานหลักของทีม นักกิจกรรมบำบัด ฝึกกลืน โดยตรงเลยค่ะ
“อาชีพนักกิจกรรมบำบัดก็ต้องเรียนสาขาวิชากิจกรรมบำบัดเลยค่ะ วุฒิที่จบมามันคือวิทยาศาสตร์ค่ะ ซึ่งกิจกรรมบำบัดเป็นอาชีพที่ขาดแคลน ของ OT (กิจกรรมบำบัด) จะอยู่ที่ปีนึงประมาณ 150-180 คน ประมาณนั้นรวมทุกที่ แต่วันนั้นนักกายภาพบำบัดเหมือนจะมี 800-1,000 คนเลยค่ะ ก็เกือบจะเป็น 10 เท่า คนเรียนน้อยเพราะมีอาจารย์น้อยค่ะ มันเลยเป็นข้อจำกัดว่าปีนึงที่มหิดลจะรับได้แค่ 35-40 คน มากกว่านั้นไม่ได้ ด้วยจำนวนของอาจารย์ค่ะ”
ตัวเลขนี้ทำให้เราตระหนักเลยค่ะว่า ในขณะที่ประเทศไทยเรากำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ว่าในแต่ละปีเราผลิตบุคลากรด้านนี้ได้เพียงร้อยกว่าคนต่อปีทั่วประเทศ ต่างจากนักกายภาพเกือบ 10 เท่า อาชีพนี้จึงขาดแคลนและต้องการคนรุ่นใหม่เข้ามาศึกษาต่อเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุอย่างมากค่ะ

ตอนที่เราฟังคุณอิศพูดก็รู้สึกว่าชอบสิ่งที่คุณอิศแชร์มากเลยค่ะ เพราะมันสะท้อนให้เห็นว่าศาสตร์นี้ไม่ได้ใช้แค่ทักษะการแพทย์เท่านั้น แต่ต้องใช้หัวใจ และวิธีคิดพัฒนาทักษะสมองและจิตใจ ในการทำงานสูงมากค่ะ ลองมาฟังวิธีคิดเรื่องนี้จากคุณอิศกันต่อค่ะ
“ข้อที่ 1 เลยก็คือต้องมีใจในการช่วยเหลือผู้อื่นโดยที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนอะไร มีเป้าหมายเพียงแค่ว่าอยากให้เขาพึ่งพาตัวเองให้ได้มากที่สุด 2 ก็คือมีความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจเขาว่าโรคที่เขาเป็นบางทีมันทำให้เขาเกิดความเครียดได้ และ 3 ก็คืออยากพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดค่ะ เพราะเทคนิคการบำบัดฟื้นฟูมันพัฒนาไปเรื่อยๆ มีงานวิจัยมาเรื่อยๆ การที่เราพร้อมพัฒนาตัวเองตลอดจะทำให้เรามั่นใจและทำงานได้อย่างมีความสุขค่ะ”
“สำหรับหนูตัวกระบวนการฝึกไม่ต่างเลยค่ะ หนูเต็มที่ทั้งคู่ แต่ความต่างคือ ในโรงพยาบาลคุณหมอจะให้เกณฑ์มาแล้วว่าความดันเท่าไหร่ถึงฝึกได้ ถ้ามีปัญหาความดันสูงต่ำเราก็ส่งปรึกษาแพทย์ได้ทันที แต่พอเป็นเคสโฮม (Home Care) ถ้ามี Condition อะไรเกิดขึ้น นักกิจกรรมบำบัดต้องเป็นคนตัดสินใจหน้างานเอาเอง ว่าจะฝึกยังไง หรือต้องขอข้อมูลทางโรงพยาบาลมาดูว่าตรงตามเกณฑ์ที่จะฝึกได้ไหม“
“ภาวะกลืนลำบากคือภาวะที่มีความผิดปกติในกระบวนการกลืนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการกลืนน้ำ อาหาร หรือน้ำลาย อาการที่พบได้บ่อยคือการสำลัก การไอ ขณะกลืนหรือหลังกลืน ในผู้สูงอายุถ้าไม่มีโรคประจำตัว อาจเกิดจากการเสื่อมตามวัย กำลังกล้ามเนื้อที่ลดลง หรือเกิดจากโรคประจำตัวอย่างหลอดเลือดสมอง (Stroke) และสมองเสื่อมค่ะ”

คำตอบนี้ทำเอาเราเหวอเลยค่ะ เพราะไม่เคยคิดเลยว่าการกลืนข้าวหนึ่งคำที่เราทุกคนทำกันทุกมื้ออาหารจะมีกระบวนการที่สลับซับซ้อนขนาดนี้
“การกลืนแบ่งเป็น 3 ระยะค่ะ ระยะแรกช่องปาก (Oral phase) ใช้ฟันเคี้ยว ลิ้นคลุกเคล้าอาหารดันไปด้านหลัง ระยะที่สองคอหอย (Pharyngeal phase) เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติ ลิ้นไก่จะยกขึ้นปิดกั้นไม่ให้อาหารย้อนขึ้นจมูก และกล่องเสียงจะยกตัวขึ้นพร้อมกับลิ้นปิดกล่องเสียงพับลงมาปิด เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารเข้าไปที่หลอดลมแล้วลงไปสู่ปอด จากนั้นกล้ามเนื้อคอหอยจะบีบอาหารลงไปสู่ระยะที่สามคือหลอดอาหาร (Esophageal phase) บีบคลายตัวดันอาหารลงกระเพาะค่ะ”
“ที่เจอซ้ำๆ บ่อยที่สุดคือ ‘คนไข้ก็ทานได้ปกตินะคะ’ คือคำว่าทานได้ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยค่ะ และอีกคำคือ ‘ก็มีสำลักนิดหน่อยค่ะ แต่กินต่อได้’ เขามองว่าการสำลักเป็นเรื่องปกติ จริงๆ การไอ คือกลไกที่ร่างกายปกป้องไม่ให้อาหารลงปอด ถ้าปล่อยให้สำลักนานๆ อาหารจะเข้าไปสู่ปอดได้ หนูมองว่าการไอขณะกินในผู้สูงอายุ ไม่ยากให้มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาค่ะ”

Insights พาร์ตนี้คือสิ่งที่ผู้ดูแลต้องจำให้ขึ้นใจเลยค่ะ เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่าภัยเงียบซ่อนอยู่ ลองมาฟังคุณอิศกันต่อค่ะ“อันตรายที่สุดคือ ‘การสำลักเงียบ’ ค่ะ มันจะไม่ปฏิกิริยาไอหรือสำลักแสดงให้เราเห็นเลย จะมารู้ตัวอีกทีตอนปอดติดเชื้อแล้ว วิธีดูคือต้องใช้ตัววัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Oxymeter) ดูค่าออกซิเจน ถ้าค่าลดลงมาต่ำกว่า 2% ขณะกลืน นั่นคือสัญญาณว่าอาจเกิดการสำลักเงียบ ถ้าไอสำลักนานๆ ครั้ง เกิดจากพฤติกรรมกินเร็วคำใหญ่เราปรับช้อนได้ แต่ถ้าไอในทุกมื้อ ไอทุกวัน วันละมื้อ อันนั้นเริ่มอันตรายแล้ว ควรพบนักกิจกรรมบำบัดค่ะ”
นี่คือหัวใจของความอบอุ่นและให้เกียรติคนไข้ที่เราประทับใจที่สุดเลยค่ะ คุณอิศบอกกับเราว่า“หนูจะถามความต้องการของเขาก่อนค่ะว่าอยากถอดสายไหม หรืออยากกินอะไร ให้เขาเป็นคนเลือกเอง เพราะเรายึดหลัก Client-Centered ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ใช้ความต้องการของเขาเป็นหลัก เราจะอธิบายกระบวนการให้เขารู้ว่ามันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด บอกข้อดีข้อเสีย ในกรณีที่เขาไม่อยากทาน หนูจะใช้การเกลี้ยกล่อมว่า ขอปรับลองดูคำนึงไหม ถ้าทานแล้วไม่อยากทานต่อไม่เป็นไร แต่ถ้าเขายังยืนยันว่าไม่กิน หนูก็จะเคารพเขา วันนี้เรายังไม่ป้อน เพราะคนไข้ยังไม่พร้อมค่ะ”
สำหรับบ้านไหนที่ผู้สูงอายุมีปัญหาเบื่ออาหารลองอ่านคำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อการดูแลสุขภาพการกินของผู้ใหญ่ในบ้านได้อีกนะคะ 🙂
“คือการป้อนน้ำหรืออาหารในท่านอนค่ะ หรือท่าเอนที่สรีระไม่เหมาะสมในการทาน หรือการป้อนน้ำอาหารในขณะที่คนไข้มีสาย NG (สายให้อาหารทางจมูก) อยู่ โดยที่ยังไม่ได้ผ่านการประเมินโดยนักกิจกรรมบำบัดค่ะ เพราะการมีสายแปลว่าความสามารถการกลืนเขาลดลง ถ้าไปป้อนโดยยังไม่ประเมินเป็นสิ่งที่อันตรายค่ะ”

“สำคัญทั้งสองอย่างเลยค่ะ แต่สภาพจิตใจอาจมาเป็นอันดับ 1 สมมติเขากลืนปลอดภัยแต่จิตใจเขาไม่อยากทาน ร่างกายก็ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ แต่ถ้าเขายากทาน แม้จะยังกลืนไม่ปลอดภัยเราก็ยังปรับแผนให้เขาได้เคี้ยวบ้างป้อนบ้างแล้วฟีดสายต่อได้ หนูมองว่าถ้าจิตใจเขาพร้อม เขาอยากทาน เขาก็จะอยากออกกำลังกล้ามเนื้อปากตลอด ผลมันก็จะสำเร็จได้ค่อนข้างเร็วมากกว่าค่ะ”
“ข้อแรก คือจัดท่าทางให้ใกล้เคียงท่านั่งให้ได้มากที่สุด ลำตัวตั้งตรง คอตั้งตรง ข้อสอง ปรับอาหารให้เหมาะกับผู้รับบริการ เช่น ถ้าไม่มีฟันก็ควรป้อนอาหารที่ไม่ต้องเคี้ยวจะปลอดภัย ข้อสาม สังเกตอาการผิดปกติอย่างการไอการสำลักและไม่ละเลย ถ้าไอบ่อยเพราะกินเร็วคำใหญ่ก็คอยเตือนและปรับช้อนให้เล็กลงค่ะ”
นอกจากที่คุณอิศพูดไปข้างต้นแล้ว การออกกำลังกายกล้ามเนื้อในช่องปาก และลิ้นก่อนกินทุกมื้ออาหารก็จะช่วยให้ผู้ป่วย หรือผู้มีอาการกลืนลำบากกลืนได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ลองดูวิธีการบริหารกล้ามเนื้อปากและลิ้นเพิ่มเติมจาก ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลเพิ่มเติมได้เลยนะคะ
“หนูว่าอาชีพนี้ให้คุณค่ากับหนูได้เยอะมากเลยค่ะ เพราะเป็นอาชีพที่เป็นผู้ให้ ได้ช่วยเหลือผู้อื่นได้หลากหลายทุกช่วงชีวิต สอนให้หนูเป็นผู้ให้โดยไม่ได้หวังผลตอบแทน มีเป้าหมายเพียงแค่อยากให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ตามศักยภาพ ทำให้หนูมองมนุษย์เป็นองค์รวม (Holistic approach) และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเป็นอย่างมากค่ะ”

“อยากแนะนำให้ Caregiver ทุกคนคอยสังเกตอาการผิดปกติขณะทานอาหารนะคะ ถ้าพบบ่อยแนะพามาประเมินเพื่อความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต้องใส่สาย NG และอยากเป็นกำลังใจให้ Caregiver ทุกคนเลยนะคะ และอย่าลืมดูแลสุขภาพกายสุขภาพจิตของตัวเองด้วยนะคะ”
| Inspire Now ! : พูดได้เลยว่าหลังจากที่ป๊าเราได้รับการดูแลและฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญอย่างถูกวิธีแล้ว บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารในบ้านของเราก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากความหวาดกลัวกลายมาเป็นความเข้าใจ เราเรียนรู้ที่จะ “รออย่างเข้าใจ” เรียนรู้องศาการนั่งที่ปลอดภัย และปรับอาหารให้เข้ากับป๊าเราได้มากที่สุด การกินข้าวอาจเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในชีวิตของคนทั่วไป แต่สำหรับครอบครัวผู้ป่วยแล้ว… ในทุกคำที่ท่านกลืนได้อย่างปลอดภัย นั่นคือรอยยิ้ม ความหวัง ที่หล่อเลี้ยงหัวใจของคนในบ้านให้มีความสุขได้ในทุกๆ วันค่ะ เราเข้าใจเรื่องนี้ดี และขอส่งพลังใจดวงโตๆ นี้ไปโอบกอดผู้ดูแลทุกคนด้วยนะคะ สู้ๆ ค่ะ สำหรับใครที่อยากดูแลสุขภาพทั้งกายและใจเพิ่มเติม ฝากเข้าไปติดตามอ่านข้อมูลสุขภาพให้ได้ปรับใช้กันได้จริงทุกวันที่ เว็บไซต์เพื่อสุขภาพดอทคอมค่ะ สำหรับใครที่สนใจเรื่องสังคมผู้สูงอายุมากกว่านี้ ลองอ่านบทสัมภาษณ์มุมมองสถานการณ์ผู้สูงอายุในประเทศไทยจากนักสังคมสงเคราะห์เพิ่มเติมได้อีกนะคะ |
|---|
DIYINSPIRENOW ทำให้ฉันอยากเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมหรือเปล่า ? อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว เอาไปปรับใช้กับผู้สูงอายุที่บ้านยังไงบ้าง ลองมาคอมเมนต์คุยกันนะคะ ♡
เลี้ยงชานมเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือ สนับสนุนเว็บ DIYINSPIRENOW ให้เราผลิตคอนเท้นต์ดีๆต่อไปกันน้า
ขอบคุณที่ซัพพอร์ตเป็นกำลังใจให้ทีมเรานะคะ 💚
Sympathy คือ อะไร แตกต่างกับ Empathy ตรงไหน ชวนทำความเข้าใจ และฝึกเพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงใจคนให้ได้ดีมากกว่าเดิม พร้อมตัวอย่าง เข้าใจง่าย
ยิ่งขยันยิ่งหมดไฟ อาจเพราะคุณใช้เชื้อเพลิงผิดประเภท! มาหาคำตอบว่า Self Motivation คืออะไร พร้อมทริคชาร์จพลังใจจากข้างในที่ทำได้จริงและดีต่อใจในระยะยาว
เจาะลึกเบื้องหลังความเข้าใจตนเองที่มากกว่าแค่การทำแบบทดสอบ ชวนสำรวจแผนที่ชีวิต เพื่อการเติบโตจากภายใน พร้อมแนวทางประยุกต์ใช้ MBTI 16 บุคลิกภาพ ให้ลงตัวในแบบที่เป็นคุณ
