Book Review : เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช, How to live like your cat

Book Review : เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช, How to live like your cat

“จงเป็นแมวให้มากขึ้น และเป็นมนุษย์ให้น้อยลง”

มีใครเลี้ยงแมวกันบ้างคะ ? ถ้าใครมีแมวอยู่ที่บ้านหรือเป็นทาสแมว จะรู้ดีว่าน้องแมวเหมียวของเรานั้น มีพฤติกรรมที่ชวนให้เราฉงนสงสัยอยู่เสมอ และถ้าใครเคยเลี้ยงสุนัข จะรู้ดีว่าหมากับแมวนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง แมวเหมียวมีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และที่ทุกคนน่าจะรู้ดีก็คือ น้อยมากนักที่น้องแมวจะฟังคำสั่งเรา บางทีเรียกเหมียวๆ ให้คอแหบคอแห้งยังไงก็ไม่มาหา ถ้ามันยังพอใจจะนอนเลียขนอยู่ตรงนั้น หรือถ้าได้เผลอไปอุ้มมันตอนที่มันไม่เต็มใจให้อุ้ม ก็อาจจะมีร้องโวยวายหรือครางไม่พอใจ พร้อมพยายามขัดขืนให้หลุดออกจากอ้อมกอดเราสุดฤทธิ์ แต่ถึงแม้ว่าแมวจะเป็นแบบนั้น เราก็ยังรักมันอยู่ดี และดูเหมือนว่าแมวๆ ของเรามีความสุขกับการเป็นแมวมากเอาเสียด้วย หรือแมวที่บ้านเรากำลังจะบอกอะไรเราอยู่ ? “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช” หนังสือเล่มนี้ อาจช่วยให้เราเข้าใจความนัยที่เหมียวๆ กำลังพยายามบอกเราอยู่ก็ได้นะคะ

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช : คำแนะนำแบบแมวๆ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายและเบาสบายมากขึ้น

เมื่อคุณเดินเข้าร้านหนังสือ สิ่งแรกที่สะดุดตาคืออะไร ? สำหรับเราแล้ว ปกหนังสือสวยๆ หรือมีสีสันโดดเด่นจะถูกมองเห็นก่อนเป็นอันดับแรกๆ วันที่เข้าร้านหนังสือโดยที่ไม่ได้ตั้งใจเป็นพิเศษว่าอยากจะได้หนังสือเล่มไหน รู้ตัวอีกทีเท้าก็เดินนำไปยังหนังสือเล่มเล็กๆ สีเหลืองสดใสสะดุดตา และสิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าคือ ภาพหน้าปกที่เป็นรูปวาดเจ้าแมวตัวอ้วนกลม ทำท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนโชว์พุงใหญ่ๆ ลักษณะคล้ายกับเอามือเท้าสะเอว (นั่นเรียกว่าเอวของมันได้หรือเปล่านะ) พร้อมทำหน้าตาขึงขังเล็กน้อย คล้ายกับไม่พอใจอะไรบ้างอย่างอยู่ หรืออาจจะกำลังจ้องมาที่มนุษย์อย่างเราๆ พร้อมกับทำเสียงค่อนขอดในใจว่า “อะไรของเอ็งวะนุด ข้าไม่เห็นเข้าใจเลย เห้อ ไม่ได้เรื่อง” ซึ่งก็ดูเข้ากันดีกับชื่อหนังสือ “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช” ถ้าแมวสามารถบอกอะไรกับเราได้จริงๆ หรือพยายามแนะนำการใช้ชีวิตให้เราได้จริงๆ (ซึ่งก็ไม่มีใครรู้และไม่มีใครพิสูจน์ได้ด้วยว่า แมวมันทำแบบนั้นจริงหรือไม่) มันจะบอกอะไรกับเรากันแน่ หยิบหนังสือขึ้นมาดู ก็เห็นเพียงคำโปรยสั้นๆ ว่า

นึกถึงตัวเองเป็นอันดับแรก 

ไม่เคยเปรียบเทียบตัวเองกับใคร 

ไม่มานั่งกังวลเรื่องอดีตหรืออนาคต

ไม่ปล่อยให้เรื่องแย่ๆ มาทำลายวันดีๆ 

ใช้ชีวิตง่ายๆ สบายๆ แบบนี้ เห็นจะมีแต่แมวเท่านั้น !

พบกับ 40 คำแนะนำ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณเบาสบายขึ้นในทุกๆ ด้าน จากไลฟ์โค้ชขนฟูที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอด…

อื้ม…น่าสนใจ แถมยังเขียนกำกับไว้ด้วยว่า เป็นหมวดจิตวิทยา/การใช้ชีวิตที่เราชอบอ่านอยู่บ่อยๆ ด้วยราคาเพียง 175 บาทนั้น ทำให้เราตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้านมาไม่ยาก ไหนขออ่านแล้วก็ขอรีวิวหนังสือเล่มนี้หน่อยสิว่า เจ้าแมวเหมียวพยายามจะบอกอะไรกับเรากันแน่

Image

นายอินทร์ หนังสือ เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช

How to live like your cat : แมว…เพื่อนของคุณเอง แมวของคุณมีอิสระ และแมวของคุณมีเสน่ห์

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช, รีวิวหนังสือ

เมื่อเปิดอ่านบทนำก็ได้รู้ว่า ผู้เขียน Stéphane Garnier เป็นทาสแมวตัวจริง และมีแมวชื่อซิกกี้ แมวที่ชอบกระโดดขึ้นโต๊ะ และนอนแอ้งแม้งบนคีย์บอร์ดของเขา ในขณะที่เขากำลังปั่นต้นฉบับอยู่ ซึ่งเป็นเช่นนั้นมาหลายปี นั่นอาจจะเป็นวิธีการแสดงความรักของเจ้าซิกกี้ หรือนั่นอาจเป็นวิธีที่ซิกกี้สื่อสารกับเขามาโดยตลอดว่า “เห้ ไม่อยากหยุดงานสักวันเหรอ”

เชื่อว่าไม่ได้มีแต่ซิกกี้เพียงตัวเดียวที่ทำแบบนั้น คนเลี้ยงแมวเกือบทุกคนต้องเคยเจอประสบการณ์ถูกแมวก่อกวนขณะก้มหน้าก้มตาทำงานหน้าดำคร่ำเครียด เอาหัวของมันมาไถหน้าจอคอมบ้างล่ะ นั่งทับคีย์บอร์ดบ้างล่ะ กัดสายเมาส์เล่นบ้างล่ะ หรือกล้าหาญชาญชัยใช้อภิสิทธิ์ความเป็นเจ้านาย นั่งบังหน้าจอคอมคอมพิวเตอร์ไปเลย พร้อมหันมามองหน้าเราแบบเหนือชั้นกว่า (เป็นไงล่ะนุด! สนใจฉันได้รึยัง!!) แต่ร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครโกรธแมวที่ทำแบบนี้ได้ลง ซ้ำยังทำให้เราละจากงานที่วุ่นวาย อุ้มมันมาวางบนตัก เกาคางมันเล่นสักครู่ แล้วจู่ๆ ความเครียดความกดดันก็ค่อยๆ หายไปเสียอย่างนั้น

บางทีความลับที่ซิกกี้อยากบอกคุณ Stephane และอาจเป็นความลับที่บรรดาแมวๆ อยากบอกเรามาตลอดก็คือ หัดปล่อยวาง จดจ่ออยู่กับสิ่งสำคัญ คำนึงถึงความสุขกายสบายใจ และทำตัวอย่างแมว ใช้ชีวิตอย่างแมวของเราๆ บ้างเถอะ ซึ่งหนังสือ “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช” เล่มนี้ เป็นการเขียนถึงเคล็ดลับอันเรียบง่ายของแมว เพื่อให้ทาสอย่างเราๆ ได้ถอยออกมาจากชีวิตประจำวันสุดวุ่นวาย ค้นพบความสุขกายสบายใจ และค้นพบรอยยิ้มตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ถ้าแมวเป็นไลฟ์โค้ช มันจะมอบแรงบันดาลใจและสอนสิ่งใดให้กับเรา ?

เราอ่านหนังสือเล่มนี้จบภายในเวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง เพลิดเพลินไปตลอดทั้งเล่ม หน้ากระดาษจำนวน 168 หน้าทำให้เรารู้สึกสนุก มีความสุข แล้วก็หัวเราะบ่อยๆ ให้กับความแมวๆ ที่เชื่อว่าคนเลี้ยงแมวจะต้องเคยพบประสบกับเหตุการณ์ที่ตอกย้ำถึง “ความแมว” อย่างแน่นอน และใช่ ถ้าแมวเป็นไลฟ์โค้ชจริงๆ แล้วล่ะก็ มันได้บอกสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการใช้ชีวิตให้กับมนุษย์อย่างเราๆ หลายประการ เราขอรีวิวหนังสือเล่มนี้ด้วยการหยิบยกเอาบางตอนที่รู้สึกประทับใจมากฝากก็แล้วกันค่ะ เพราะอยากให้ได้ไปอ่านจริงๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นทาสแมวหรือไม่ก็ตาม การเรียนรู้ปรัชญาชีวิตจากเหล่าเหมียวหง่าวขนนุ่มฟูนั้น อาจช่วยให้คุณใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระเบาสบาย และเป็นสุขได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช มันจะอยากบอกอะไรกับเราบ้างนะ ?

แมวของคุณยอมรับในสิ่งที่มันเป็นและรักตัวเอง : แมวก็เหมือนมนุษย์ มันมีข้อบกพร่องในตัวเอง แต่แมวคงไม่เคยถามตัวเองว่า จะเป็นอย่างไรถ้ามันได้เป็นแมวตัวอื่นหรือได้เป็นสัตว์ชนิดอื่น เชื่อว่าแมวทุกตัวบนโลกภูมิใจที่พวกมันได้เป็นแมว และได้เป็นตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแมวขนสั้นขนยาว แมวหางฟูหรือแมวหางด้วน แมวสีขาวสีดำสีเปรอะ หรือสีอะไรก็ตาม แมวไม่เคยมี Self Doubt หรือสงสัยในตัวเอง คำถามดังกล่าวไม่เคยอยู่ในความคิดของแมวเพราะมันเป็นคำถามที่ไร้ประโยชน์ แมวรักในสิ่งที่มันเป็น มันถึงมีความสุข ถ้าเราไม่สามารถยอมรับตัวตนของตัวเองได้ เราก็จะเจ็บปวดและเกลียดตัวเอง ซึ่งการยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นไม่ได้ทำได้ยากขนาดนั้น เพียงแค่เราคิดแบบแมว ที่คิดว่าการเป็นตัวเองนั้นยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช, รีวิวหนังสือ

แมวของคุณไม่ใส่ใจ เมื่อถูกคนอื่นตัดสิน : เมื่อคุณดุแมวที่บ้าน โวยวายกับมัน บอกมันว่าเป็นตัวป่วนที่ชอบนั่งทับคีย์บอร์ดของคุณ หรือเป็นตัวแสบที่ตะกุยโซฟาตัวโปรดจนไม่เหลือชิ้นดี มันเคยใส่ใจไหม ? แม้ว่าคุณจะอุ้มมันลง หรือตีมันที่ก้นก็ตาม มันอาจจะร้องโวยวายตอบแล้วสะบัดก้นหนีไป แต่เชื่อเถอะว่า พรุ่งนี้มันก็จะทำแบบนั้นอีก แมวไม่เคยใส่ใจเลยสักนิดว่าเราจะมองมันยังไง หรือคิดกับมันยังไง จะเห็นคุณค่ามันไหม แมวไม่เคยสนใจเลย ไม่ว่าจะกับมนุษย์หรือกับแมวด้วยกันเองก็ตาม โดยธรรมชาติแล้ว แมวค่อนข้างมีความสุขและไม่สนว่าผู้คนจะคิดยังไงกับมัน แมวไม่ต้องการได้รับความรัก (มนุษย์เองนั่นแหละที่ไปตกหลุมรักแมว) การเห็นคุณค่า การชื่นชม และการยอมรับจากคนอื่น มันรักตัวเอง แมวแค่เป็นตัวของตัวเอง มุมมองที่มีต่อตัวมันเองต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

แมวของคุณไม่ยอมแพ้ง่ายๆ : นอกจากจะดื้อรั้นแล้ว แมวยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อีกด้วย เหมียวๆ ของเราสามารถหมอบซุ่มรอเหยื่อได้เป็นชั่วโมงๆ โดยที่ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ตอนที่มันหมอบรอเหยื่ออยู่บนหญ้า แม้ว่าเราจะเรียกมันกี่รอบ มันก็ไม่หันมามองเราด้วยซ้ำ แมวสามารถปักหลักรอเหยื่อได้นานเป็นชั่วโมง นี่คือความอดทนและการไม่ยอมแพ้ มันสามารถรอตะครุบเหยื่อได้ทั้งวันโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ แมวไม่ละทิ้งความพยายามจนกว่าภารกิจจับหนูของมันจะสำเร็จ แมวอดทนและไม่ยอมแพ้เพื่อให้ได้สิ่งที่มันต้องการ “อย่ายอมแพ้เด็ดขาด!!”  เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช มันอาจจะอยากบอกสิ่งนี้กับเราอยู่ก็ได้นะคะ

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช, รีวิวหนังสือ
Image

นายอินทร์ หนังสือ เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวเองมาเป็นไลฟ์โค้ช

แมวของคุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และร้องขออย่างตรงไปตรงมา : แมวไม่อ้อมค้อมเมื่อมันต้องการบางอย่าง และจะร้องเมี้ยวๆๆๆ ตื๊อเราอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะร้องเรียกให้เราไปเทอาหารให้มัน แม้ว่าเราจะยุ่งแค่ไหนหรือกำลังนอนหลับสบายอยู่ก็ตาม เมื่อแมวง่วงนอน แมวก็จะนอนหลับโดยที่ไม่สนว่าโลกจะเป็นอย่างไร หรือถ้ามันต้องการกวนคุณ ไม่ว่าคุณจะนั่งทำงานหัวฟูอยู่หรือไม่ มันก็จะเดินนวยนาดเข้ามาบริเวณนั้น กระโดดขึ้นโต๊ะ และหย่อนก้นอ้วนๆ ของมันทับมือของคุณที่กำลังจับเมาส์อยู่ (เสร็จฉันล่ะ!) แมวรู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไรหรืออยากทำอะไร แล้วมนุษย์อย่างเราๆ ล่ะ รู้หรือเปล่าว่าตัวเองต้องการอะไร บางครั้งเราก็ยอมทำตามความต้องการของคนอื่นมากกว่าการทำในสิ่งที่เราอยากทำ จนเผลอหลงลืมแรงจูงใจในชีวิต (Self Motivation) หรือความปราถนาของตัวเองไป จงทำให้ได้อย่างแมว พูดความต้องการของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา จงหัดพูดให้ติดปากว่า “ฉันต้องการ ฉันทำได้ ฉันอยากทำ!” ให้เหมือนกับแมวที่ร้องขออาหารจากคุณและจะไม่หยุดร้องจนกว่ามันจะได้กินจนพุงกาง

เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช, รีวิวหนังสือ
Inspire Now ! : ถ้าให้สรุปง่ายๆ หนังสือ “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช” คือหนังสือที่บอกให้มนุษย์เราทำตัวคล้ายแมวให้มากขึ้น การเป็นมนุษย์ก็ไม่ได้แย่ แต่การเป็นแมวอาจจะดียิ่งกว่า มนุษย์นั้นซับซ้อนเกินไป คิดมากเกินไป กังวลมากเกินไป มีข้อจำกัดมากเกินไป ลองซื่อตรงต่อตัวเองเหมือนแมวดูบ้าง มีอิสระในชีวิตให้มากขึ้น ทำในสิ่งที่อยากทำให้มากขึ้น กังวลให้น้อยลง เป็นตัวของตัวเองให้มากขึ้น และยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น เราอาจจะใช้ชีวิตได้มีความสุขมากกว่าเดิม โดยที่ไม่ต้องอิจฉาเจ้านุ่มฟูอ้วนๆ ที่บ้านเลยก็ได้

DIY INSPIRE NOW คือแรงบันดาลใจของฉันใช่ไหม ? ใครที่กำลังชั่งใจว่าจะซื้อหนังสือเล่มนี้ดีไหม เราเชียร์ว่าให้รีบอ่านเลยค่ะ และถ้าใครมีหนังสือเกี่ยวกับแมวๆ อยากแนะนำ คอมเมนต์มาได้เลยนะคะ ♡

รู้จักกับคุณ Stéphane Garnier ผู้เขียนหนังสือ “เมื่อแมวที่บ้านคุณผันตัวมาเป็นไลฟ์โค้ช” มากขึ้นได้ที่ harpercollins.com

Facebook Comments

หาข้อมูล-ลงมือเขียนและเรียบเรียงโดยทีมกองบรรณาธิการเว็บไซต์ DIY INSPIRE NOW