จิตวิทยากับการดูดวง: ทำไมเราชอบการดูดวง? นักจิตวิทยาทำนายชีวิตคนได้เหมือนหมอดูไหม?

ใครชอบการดูดวงยกมือขึ้นค่ะ คงจะมีกันบ้างต่างๆ กันไปนะคะ บางคนอาจไม่เคยดูหรือไม่ชอบการดูดวงเลย บางคนอาจติดตามเพจทำนายดวงรายวัน หรือบางคนอาจมีหมอดูที่มีญาณทิพย์ประจำตัวที่ต้องไปดูดวงกับเขาทุกปี วันนี้เฟิร์นขอชวนไปสำรวจดูประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดูดวงผ่านมุมมองของนักจิตวิทยาดูว่าการดูดวงเกี่ยวกับจิตวิทยาอย่างไร จิตวิทยาอ่านใจคน ได้หรือไม่นะคะ

สาเหตุที่คนเราชอบการดูดวง

การดูดวง, จิตวิทยาอ่านใจคน

บางครั้งอาจจะเป็นการดูเพื่อความบันเทิงเล่นๆ แต่สำหรับหลายคน เคยสังเกตไหมคะว่าเวลาที่คุณมีความไม่แน่ใจหรือมีความทุกข์ใจบางอย่าง ไม่รู้ว่าจะหาทางออกยังไง บางครั้งคุณเลือกการดูดวงเข้ามาช่วยคุณในเวลานั้น เพราะส่วนใหญ่แล้วหมอดูจะมีคำตอบให้กับคุณไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าคำตอบนั้นเป็นไปในทางที่ดีคุณก็จะมีกำลังใจว่าเรื่องราวในอนาคตของคุณนั้นคงจะออกมาดีได้ หรือถ้าคำทำนายในครั้งนั้นเป็นไปในทางที่ไม่ดี หมอดูก็จะมีทางแก้หรือแนวทางแนะนำให้คุณ สิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์อย่างหนึ่ง เวลาหมอดูทักว่าอนาคตจะได้เป็นใหญ่เป็นโตทำอะไรก็สำเร็จมีความรักที่ดี ฟังแบบนี้ใจใครก็ต้องฟูใช่ไหมคะ

มีการศึกษาพบว่าถ้าให้ลองให้คะแนนความถูกต้องแม่นยำของสิ่งที่หมอดูพูด คนส่วนใหญ่จะให้คะแนนความถูกต้องแม่นยำนั้นไม่มากนักในทันทีที่ได้รับฟังสิ่งที่หมอดูทำนายชีวิตในอดีตของพวกเขา แต่เมื่อเวลาผ่านไปพบว่าคนกลุ่มนั้นเห็นว่าชีวิตของตนที่ดำเนินมามีความคล้ายคลึงกับคำทำนายที่เคยได้รับในอดีต ตรงนี้อาจเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ Self Fulfilling Prophecy หรือการที่คนเรารับรู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตนเองมาแล้วเชื่อ แล้วทำพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตนเชื่อจริงๆ หรืออาจอธิบายได้จากแนวโน้มในการเลือกรับรู้ของคน หากคนกลุ่มนั้นมีแนวโน้มจะเชื่อในสิ่งที่หมอดูทำนาย เขาจะเลือกจำปรากฏการณ์หรือเหตุการณ์ที่ตรงกับสิ่งที่หมอดูทำนายไว้ และมีแนวโน้มว่าจะลืมหรือไม่ใส่ใจกับเหตุการณ์ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่หมอดูทำนายไว้ ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปอาจนึกย้อนกลับไปถึงคำทำนายแล้วรู้สึกว่าหมอดูแม่นมาก

การดูดวง, จิตวิทยาอ่านใจคน

บางคนอาจเคยอ่านการทำนายนิสัยตามวันเกิดหรือตามดวงอย่างอื่นของเราแล้วพบว่าก็มีส่วนใหญ่ที่คำทำนายนั้นตรงกับลักษณะของเรา ปรากฏการณ์นี้อาจเคยได้ยินชื่อกันมาบ้างนะคะ ที่เรียกว่า The Forer Effect หรือ The Barnum Effect เป็นปรากฏการณ์ที่เราจะเชื่อมโยงคำทำนายนิสัยนั้นเข้ากับตัวเราได้ง่ายขึ้นเพราะเนื้อหาของคำทำนายเป็นไปอย่างกำกวมและสามารถปรับให้เข้ากับคนในลักษณะใดก็ได้ อย่างเช่น “คุณค่อนข้างเป็นคนใจเย็น แต่ถ้าหากใครล้ำเส้นแล้วคุณก็โมโหและสามารถเด็ดขาดกับเขาได้เช่นกัน” ข้อความแบบนี้คงจะตรงกับคนหลายคนเลย

เล่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าเฟิร์นโจมตีการดูดวงนะคะ เป็นเพียงข้อมูลที่สืบค้นมาจากมุมมองของทางจิตวิทยาว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้มนุษย์เรายังคงเกี่ยวโยงกับศาสตร์เหล่านี้อยู่ตลอด หากคุณใช้การดูดวงเพื่อความบันเทิงไม่ได้ถึงขั้นเสพติดหรือทำให้เกิดผลเสียกับตนเอง คงไม่มีอะไรต้องกังวลมาก แต่หากผู้อ่านท่านใดมีความรู้สึกกังวลว่าตัวเองเข้าขั้นเสพติดการดูดวงหรือเปล่า ลองเช็คดูตามเกณฑ์เหล่านี้ได้นะคะ เช่น มีความรู้สึกอยากดูดวงจนห้ามตัวเองไม่ได้ เห็นว่าการดูดวงสำคัญกว่ากิจกรรมอื่นๆ ทั้งหมดของตัวเอง รู้ว่าพฤติกรรมการดูดวงที่มากหรือบ่อยเกินไปของตัวเองเริ่มเป็นปัญหาแต่ไม่สามารถหยุดได้ เป็นต้น

 จิตวิทยาอ่านใจคน ได้ไหม นักจิตวิทยาแอบคอสเพลย์เป็นหมอดูได้หรือเปล่า?

การดูดวง

บางคนอาจเคยสงสัยว่านักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์ ความคิดและความรู้สึกนั้น จะเอาความสามารถเหล่านั้นมาปรับให้กลายเป็นการอ่านใจคนได้หรือเปล่า ขอตอบว่าจิตวิทยาอ่านใจคนไม่เคยถูกระบุเป็นวิชาเรียนหรือสาขาแขนงใดของจิตวิทยาเลยนะคะ  และจิตวิทยาอ่านใจคนไม่ใช่เป้าหมายของการเรียนจิตวิทยาหรือเป้าหมายของศาสตร์จิตวิทยาด้วย

ถ้าจะมีนักจิตวิทยาคนไหนอยากลองนึกเล่นบทเป็นหมอดู เขาก็อาจจะใช้เทคนิคที่เฟิร์นได้กล่าวไปข้างต้น ไปปรับใช้กับศิลปะของการพูดคุย เพราะส่วนใหญ่แล้วนักจิตวิทยาในสาขาที่ต้องใช้การบำบัดเป็นการพูดคุยหรือรับฟัง มักจะมีทักษะในการตีความสีหน้า น้ำเสียง และพฤติกรรม ของผู้พูดเพื่อให้เข้าใจสิ่งที่ผู้ต้องการสื่อสารได้อย่างลึกซึ้ง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายของการศึกษาศาสตร์ด้านจิตวิทยานะคะ เราเพียงแต่ศึกษาเพื่อให้เข้าใจมนุษย์มากที่สุด แต่ ณ ปัจจุบันนี้ ไม่มีทักษะจิตวิทยาที่มองหน้าแล้วรู้เลยว่าชีวิตทั้งชีวิตของคุณผ่านอะไรมาบ้าง และอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ และนักจิตวิทยาเองก็ถูกหลอกลวงต้มตุ๋นได้เหมือนกันนะคะ จิตวิทยาอ่านใจคนยังไม่มี มีแต่จะทำความเข้าใจคน

ทางเลือกที่อาจตอบโจทย์คุณได้คล้ายการดูดวง

“ถ้าไปดูดวงเพราะอยากฟังเรื่องดีๆ ก็ให้ลองเป็นเรื่องดีๆให้ตัวคุณเอง”

ก่อนหน้านี้เฟิร์นได้พูดถึง Self Fulfilling Prophecy ไปนิดหน่อยแล้วว่าเรามีแนวโน้มจะปฏิบัติไปตามสิ่งที่เราเชื่อว่าเราเป็น ถ้าค่าใช้จ่ายการดูดวงของคุณมากเกินไปลองหันมาใช้วิธี Positive self-talk ดูนะคะ อันที่จริงแล้วคนเรามีการพูดกับตัวเองหรือ self-talk อยู่ตลอดเวลา บางครั้งเราอาจรู้ไม่เท่าทันสิ่งที่เรากำลังคิดด้วยซ้ำ ที่น่าเศร้าคือ บางคนอาจมีคำพูดในหัวที่เป็นทางลบกับตัวเอง โดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งนั่นทำให้เกิดความเครียดและอาจเชื่อมโยงไปถึงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วลองฝึกตัวเองให้รู้เท่าทันความคิดทางลบของตัวเองนะคะ อาจเริ่มจากการสังเกตก่อน ว่าเราคิดกับตัวเองอย่างไรบ้าง พูดกับตัวเองอย่างไรบ้าง

บางคนอาจใช้วิธีจดในกระดาษเพื่อให้เห็นชัดเจนขึ้นว่า 1 วันเรามีความคิดกับตัวเองในทางลบแค่ไหน หรือบางคนถ้ามั่นใจแล้วว่าสามารถรู้เท่าทันความคิดที่เกิดขึ้นของตัวเองได้ ให้ลองแทนที่ความคิดทางลบไปด้วยความคิดทางบวกนะคะ ในที่นี้เฟิร์นไม่ได้หมายถึงให้เราพยายามบังคับใจตัวเองให้คิดไปทางบวกทั้งหมด เพราะนั่นจะเป็นการฝืนธรรมชาติ เพียงแต่จะขอชวนให้พูดหรือคิดดีดีกับตัวเอง เช่น “คราวนี้เราตั้งใจเต็มที่แล้ว ไว้คราวหน้าจะพัฒนาให้มากขึ้น” “ครั้งที่แล้วได้บทเรียนมาแล้ว ครั้งนี้ฉันจะพยายามให้ดีขึ้น” การคิดดีๆกับตัวเองแบบนี้ช่วยลดความเครียดลงได้นะคะ

“ถ้าไปดูดวงเพราะเริ่มไม่มั่นใจในอนาคต ให้ลองฝึกที่จะอยู่กับความไม่แน่นอน”

การดูดวง

ตามที่เฟิร์นยกตัวอย่างไปในตอนต้นของบทความนะคะ บางคนอาจเลือกการดูดวงในเวลาที่มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นกับชีวิต มีปัญหาที่ไม่แน่ใจว่าจะต้องแก้อย่างไร บทความนี้มีวิธีอยู่กับความไม่แน่นอนมาฝากกันค่ะ ลองเริ่มจากการยอมรับว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์เหล่านี้จะมีวันที่ต้องจบสิ้นลง และเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ ระหว่างที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ให้ดูแลตัวเองให้ดี ทั้งกายและใจ เพราะระหว่างที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ คนสำคัญที่จะทำให้คุณปลอดภัยหรือรับมือกับสถานการณ์นั้นๆ ได้ ก็คือตัวคุณเอง ถ้าคุณมีแนวโน้มที่จะวิตกกังวลในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ให้เตือนตัวเองว่าไม่ใช่ทุกสิ่งที่คุณคิดจะกลายเป็นความจริงทั้งหมด หรือหาสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจของคุณให้สงบลง

การดูดวง

Inspire Now ! : การดูดวงอาจเป็นหนึ่งวิธีที่ช่วยทำให้จิตใจของคุณเบาสบาย และมีกำลังใจสู้กับอนาคต แต่อย่าลืมเปิดใจให้กับวิธี Positive self-talk และการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนดูนะคะ

DIY Inspire Now ทำให้เราเข้าใจพฤติกรรมบางอย่างของเรามากขึ้นใช่ไหม? ใครที่ต้องการเข้าใจสิ่งที่ตัวเองทำมากขึ้น หรืออยากรู้จักตัวเองมากขึ้น ลองเปิดใจสังเกตความคิดพฤติกรรมของตัวเองบ่อยๆ นะคะ

หรือถ้าต้องการคนช่วย ติดต่อรับบริการจิตวิทยาการปรึกษาจากเฟิร์นได้โดยตรงได้ที่ nonlapun.s@gmail.com ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : thewandereronline.com, greatergood.berkeley.edu, steemit.com, ncbi.nlm.nih.gov, psychologytoday.com, positivepsychology.com

Facebook Comments
ติดต่อเพื่อการโฆษณา