Interview : คุยกับคุณอิศมา “นักกิจกรรมบำบัด” ผู้คืนความสุขให้กับทุกมื้ออาหารในครอบครัว
กินได้อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป มาทำความเข้าใจว่า นักกิจกรรมบำบัด คือ ใคร พร้อมแชร์เทคนิค ฝึกกลืนอาหาร ใน ผู้สูงอายุ เพื่อทุกมื้ออาหารที่ปลอดภัย
ทักษะในด้านการคำนวณนั้น เป็นทักษะที่เราจะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งการบวกลบคูณหาร หรือการคิดหาเปอร์เซ็นต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าอาหาร ร้านค้า หรือเวลาไปช้อปปิ้ง หรือแม้แต่วิธีการคิดเปอร์เซ็นต์ยอดขาย ค่าคอมมิชชั่นต่างๆ เปอร์เซ็นต์เงินเดือน ภาษี ฯลฯ ซึ่งบางคนก็อาจจะงง คำนวณไม่ถูก ไม่รู้ว่าต้องคิดยังไง ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองหาวิธีคิดดูแล้วก็ยังไม่เข้าใจ อย่าเพิ่งปวดหัวกันไปค่ะ มาดูวิธีคิดแบบง่ายๆ กับ สูตรการคิดเปอร์เซ็นต์ ที่เราเอามาฝากกันก่อน รับรองว่าต่อให้ไม่ถนัดคำนวณก็สามารถเข้าใจได้ง่ายและคิดตามได้แน่นอนค่ะ

ในวิชาคณิตศาสตร์ เปอร์เซ็นต์ (Percent or Percentage) คือ ตัวเลขหรืออัตราส่วนที่แทนเศษส่วนของ 100 ซึ่งมักจะแสดงด้วยสัญลักษณ์ “%” หรืออาจใช้ตัวย่อ “pct” ตัวอย่างเช่น 35% เทียบเท่ากับทศนิยม 0.35 หรือเศษส่วน 35/100 ซึ่งสูตรการคิดเปอร์เซ็นต์ นั้นมีประโยชน์ในหลายๆ ทาง ได้แก่

สำหรับคนวัยทำงาน จะต้องทำการยื่นภาษีเป็นประจำทุกปี ซึ่งถ้าเราสามารถคำนวณเงินภาษีในแต่ละปีคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ เราก็จะได้เห็นสัดส่วนของค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มากขึ้น และวางแผนภาษีรวมถึงวางแผนค่าใช้จ่ายในแต่ละปีโดยใช้สามเหลี่ยมการเงินเป็นตัวช่วยได้ หากเสียภาษีต่อปีปีละ 90,000 บาท และมีรายได้รวมทั้งหมด 600,000 บาทต่อปี สามารถคิดภาษีเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้
รายได้ต่อปี 600,000 บาท เสียภาษีปีละ 90,000 บาท
เปอร์เซ็นต์ภาษี = (ภาษีที่ต้องเสีย x 100) หารด้วยรายได้สุทธิ
เปอร์เซ็นต์ภาษี = (90,000 x 100) หารด้วยรายได้สุทธิ
เปอร์เซ็นต์ภาษี = (90,000 x 100) / 600,000
เปอร์เซ็นต์ภาษี = 9,000,000/600,000
เปอร์เซ็นต์ภาษี = 15%
สรุปได้ว่า หากเรามีรายได้ต่อปี 600,000 บาท และเสียภาษี 90,000 บาท เราจะต้องเสียภาษีคิดเป็น 15% หรือคิดเเปอร์เซ็นต์ ร้อยละ 15 ของรายได้ทั้งหมดต่อปีนั่นเองค่ะ
สูตรการคิดเปอร์เซ็นต์เงินเดือน สำหรับผู้ที่อยากทราบว่า เงินเดือนขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะได้วางแผนการใช้จ่ายในแต่ละส่วนโดยใช้หลักการออมเงินเป็นตัวช่วย เพราะถ้าทราบว่ามีรายรับเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้แบ่งสัดส่วนของเงินออมได้มากขึ้นด้วยเช่น เคยได้รับเงินเดือนอยู่ที่ 25,000 บาท และเงินเดือนถูกปรับขึ้นเป็น 27,000 บาท คิดเปอร์เซ็นต์ยังไง ? ไปดูกันเลย
เงินเดือนเดิมอยู่ที่ 25,000 บาท ถูกปรับขึ้นเป็น 27,500 บาท เท่ากับว่าเพิ่มมา 2,500 บาท
เปอร์เซ็นต์เงินเดือนเพิ่ม = (ส่วนต่างเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น x 100)/เงินเดือนเดิม
เปอร์เซ็นต์เงินเดือนเพิ่ม = (2500 x 100)/เงินเดือนเดิม
เปอร์เซ็นต์เงินเดือนเพิ่ม = 250,000 / 25,000
เปอร์เซ็นต์เงินเดือนเพิ่ม = 10%
สรุปได้ว่า หากเราได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 2,500 บาท จากเงินเดือนเดิม 25,000 บาท แสดงว่าเราได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น 10% ค่ะ

การคิดเปอร์เซ็นต์โบนัส ก็ทำได้เช่นเดียวกัน หากสามารถคิดเปอร์เซ็นต์ ร้อยละของโบนัสที่ได้รับ ก็จะทำให้เราสามารถเปรียบเทียบรายรับในแต่ละปีได้ เพื่อที่จะวางแผนการเงินส่วนบุคคลได้ในสัดส่วนที่เหมาะสม และมีความมั่นคงทางการเงินในอนาคต สมมติว่าได้เงินเดือนเดือนละ 30,000 บาท ทำงานมาได้ 1 ปี ได้รับโบนัส เป็นเงิน 90,000 บาท สามารถคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้
เงินเดือน 30,000 บาท ในหนึ่งปีจะมีรายรับ 30,000x 12 = 360,000 บาท ได้รับโบนัสในปีนั้นเป็นจำนวนเงิน 90,000 บาท
เปอร์เซ็นต์โบนัสที่ได้ = (โบนัสที่ได้ x 100)/เงินเดือนใน 1 ปี
เปอร์เซ็นต์โบนัสที่ได้ = (90,000 x 100)/ 360,000
เปอร์เซ็นต์โบนัสที่ได้ = 9,000,000 /360,000
เปอร์เซ็นต์โบนัสที่ได้ = 25%
สรุปได้ว่า หากเราได้รับเงินโบนัส 90,000 บาทในปีนั้น และมีเงินเดือนรวมต่อปี 360,000 บาท หมายความว่า เราได้โบนัสคิดเป็น 25% ของเงินเดือนในปีนั้นค่ะ
สำหรับสูตรคิดเปอร์เซ็นต์คะแนน จะใช้เมื่อเราต้องไปสอบ ไม่ว่าจะสอบในชั้นเรียนหรือสอบในวิชาชีพ หากมีเกณฑ์กำหนดไว้ว่า เราจะทำข้อสอบให้ได้อย่างน้อย 120 คะแนน จาก 150 คะแนนเต็ม ถึงจะสอบผ่าน จะคิดเปอร์เซ็นต์ยังไง มาดูกันเลยค่ะ
ต้องได้คะแนน 120 คะแนนขึ้นไป จากคะแนนเต็ม 150 คะแนน
เปอร์เซ็นต์คะแนน = (คะแนนที่ต้องทำได้อย่างน้อยx100) / คะแนนเต็ม
เปอร์เซ็นต์คะแนน = (120×100) / คะแนนเต็ม
เปอร์เซ็นต์คะแนน = 12,000/150
เปอร์เซ็นต์คะแนน = 80%
สรุปได้ว่า เราต้องทำคะแนนให้ได้อย่างน้อย 80% ขึ้นไป ซึ่งก็คือ ต้องทำให้ได้อย่างน้อย 120 คะแนน และโดนหักคะแนนได้ไม่เกิน 20% หรือไม่เกิน 30 คะแนนเท่านั้น ถึงจะสอบผ่านได้

สูตรการคิดเปอร์เซ็นต์ส่วนลดนั้น สามารถคิดได้ง่ายๆ และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการหาส่วนลดร้านค้า ร้านอาหารต่างๆ ที่เราต้องการใช้บริการ ก็สามารถนำวิธีคิดนี้ไปใช้ได้ เช่น สินค้าราคาเต็ม 1,500 บาท ติดป้ายลดราคาเหลือ 1,050 บาท เท่ากับว่าสินค้าชิ้นนี้ลดราคากี่เปอร์เซ็นต์ ?
สินค้าราคาเต็ม 1,500 บาท ลดเหลือ 1,050 บาท เท่ากับว่าลดราคาไป 450 บาท
เปอร์เซ็นต์ส่วนลด = (ส่วนลด x 100) หารราคาเต็ม
เปอร์เซ็นต์ส่วนลด = (450 x 100) /1,500
เปอร์เซ็นต์ส่วนลด = 45,000 /1,500
เปอร์เซ็นต์ส่วนลด = 30%
สรุปได้ว่า สินค้าราคาเต็ม 1,500 บาท ลดราคา 450 บาท เหลือ 1,050 บาทนั้น เท่ากับว่าสินค้านี้ลดไป 30% ค่ะ
สูตรการคิดเปอร์เซ็นต์ยอดขายนั้น สำหรับคนทำธุรกิจด้วยการคิดเปอร์เซ็นต์ตามเป้าหมาย เพื่อดูผลประกอบการว่าทำยอดได้มากหรือน้อยกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เช่น ผลประกอบการที่ทำได้จริงคือ 1,500,000 บาท ส่วนเป้าหมายยอดขายที่วางไว้คือ 1,000,000 บาท เท่ากับเราทำยอดขายได้กี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขายตามเป้าที่กำหนด ?
เปอร์เซ็นต์ยอดขายตามเป้า = ผลประกอบการที่ทำได้จริง หารตัวเลขเป้าหมาย คูณด้วย 100
เปอร์เซ็นต์ยอดขายตามเป้า = (1,500,000 /1,000,000) x 100
เปอร์เซ็นต์ยอดขายตามเป้า = 1.5 x 100
เปอร์เซ็นต์ยอดขายตามเป้า = 150%
สรุปได้ว่า หากเป้าหมายของยอดขายตั้งไว้ที่ 1,000,000 บาท แต่เราทำธุรกิจขายสินค้าได้ 1,500,000 บาท เท่ากับว่า เราทำยอดขายได้ 150%
วิธีการคิดเปอร์เซ็นต์แบบนี้เหมาะสำหรับคนที่ทำธุรกิจหรือค้าขายต่างๆ รวมถึงขายของออนไลน์ ที่ต้องการรู้ว่าสินค้าที่เราขายออกไปนั้น ได้กำไร หรือขาดทุนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไหร่ ? โดยคำนวณจากราคาขาย ยอดขาย และต้นทุน เช่น หากเราทำยอดขายรวมได้ 60,000 บาท โดยมีต้นทุนอยู่ที่ 25,000 บาท และกำไรเท่ากับ 35,000 บาท จะคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ?
เปอร์เซ็นต์กําไร = กำไร หารยอดขาย คูณด้วย 100
เปอร์เซ็นต์กําไร = (35,000/60,000) x 100
เปอร์เซ็นต์กําไร = 58.33%
สรุปได้ว่า หากทำกำไรจากยอดขายได้ 35,000 บาท เท่ากับคิดเป็นเราทำกำไรได้ 58.33% ค่ะ
สำหรับคนทำงานที่ได้รับค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิชชั่น และต้องการรู้ว่าค่าคอมมิชชั่นที่เราได้รับนั้นทางบริษัทคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถคำนวณได้ง่ายๆ เช่น ยอดขายทั้งเดือนที่เราทำได้คือ 380,000 บาท และเราได้เงินตอบแทนมาเป็นค่าคอมมิชชั่นจำนวน 11,400 บาท เท่ากับว่าบริษัทให้ค่าคอมมิชชั่นเรากี่เปอร์เซ็นต์ ?
เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่น = (ค่าคอมมิชชั่น x 100) หารยอดขายที่ทำได้จริง
เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่น = (11,400 x 100) /380,000
เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่น = 1,140,000 /380,000
เปอร์เซ็นต์ค่าคอมมิชชั่น = 3%
สรุปได้ว่า หากเราทำยอดขายทั้งเดือนได้ 380,000 บาท และได้ค่าคอมมิชชั่นของเดือนนี้คือ 11,400 บาท ก็จะเท่ากับบริษัทให้ค่าคอมมิชชั่นเรา 3% นั่นเองค่ะ
ปัจจุบันการคิดเปอร์เซ็นต์สามารถทำได้ในโปรแกรมพื้นฐานอย่าง Excel ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำนวณเปอร์เซ็นต์ ร้อยละอย่างรวดเร็ว และต้องคำนวนหลายๆ ข้อมูล หากกดเครื่องคิดเลขหรือนั่งคำนวณด้วยตัวเองก็อาจจะใช้เวลานาน เรามีตัวอย่างคิดเปอร์เซ็นต์ Excel มาฝากกันด้วยค่ะ

ในกรณีที่มีรายได้ไม่ประจำ อาทิ มีอาชีพฟรีแลนซ์ และอยากจะทราบว่า รายได้ของเดือนนี้ ต่างจากรายได้ของเดือนที่ผ่านมากี่เปอร์เซ็นต์ สมมติว่าในเดือนกุมภาพันธ์มีรายได้อยู่ที่ 25,000 บาท และเดือนมีนาคมมีรายได้อยู่ที่ 28,000 บาท สามารถคำนวณส่วนต่างเป็นเปอร์เซ็นต์ใน Excel ได้ตามนี้ค่ะ
สมมติว่าทำข้อสอบได้ถูกต้อง 55 ข้อ จากทั้งหมด 60 ข้อ จะสามารถคิดเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร มีวิธีการดังนี้
| Inspire Now ! : สำหรับสูตรการคิดเปอร์เซ็นต์ต่างๆ ที่ได้นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างในวันนี้ เป็นพื้นฐานการคิดเปอร์เซ็นต์อย่างง่ายๆ ที่สามารถนำไปใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและในการทำงานนะคะ โดยเฉพาะวิธีการคิดเปอร์เซ็นต์ยอดขายที่เหมาะมากทั้งสำหรับคนทำธุรกิจหรือแม้แต่พนักงานขายที่ต้องทำยอดขายให้ตรงตามเป้าที่บริษัทกำหนด การคิดเปอร์เซ็นต์จะช่วยให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าเราทำยอดขายได้มากน้อยแค่ไหนและคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์นั่นเองค่ะ นอกจากนี้ การคิดเปอร์เซ็นต์ยังสามารถใช้เพื่อวางแผนการเงินของเราได้อีกด้วย จะได้รู้ว่าควรเก็บออมเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์และใช้จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ ทำให้เรามีวินัยทางการเงินมากขึ้น ทั้งยังสามารถเอาไปประยุกต์นำเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ดีทีเดียวค่ะ |
|---|
DIY INSPIRE NOW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าใช่ไหม ? รู้วิธีคิดเปอร์เซ็นต์แบบต่างๆ แล้ว ทำให้คำนวณเปอร์เซ็นต์ร้อยละในชีวิตประจำวันได้ง่ายมากขึ้นเลยใช่ไหมคะ ♡
อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : semihblogs.com, thaiwinner.com, support.microsoft.com
Featured Image Credit : vecteezy.com/Thanakorn Lapp
เลี้ยงชานมเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือ สนับสนุนเว็บ DIYINSPIRENOW ให้เราผลิตคอนเท้นต์ดีๆต่อไปกันน้า
ขอบคุณที่ซัพพอร์ตเป็นกำลังใจให้ทีมเรานะคะ 💚
กินได้อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป มาทำความเข้าใจว่า นักกิจกรรมบำบัด คือ ใคร พร้อมแชร์เทคนิค ฝึกกลืนอาหาร ใน ผู้สูงอายุ เพื่อทุกมื้ออาหารที่ปลอดภัย
Sympathy คือ อะไร แตกต่างกับ Empathy ตรงไหน ชวนทำความเข้าใจ และฝึกเพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงใจคนให้ได้ดีมากกว่าเดิม พร้อมตัวอย่าง เข้าใจง่าย
ยิ่งขยันยิ่งหมดไฟ อาจเพราะคุณใช้เชื้อเพลิงผิดประเภท! มาหาคำตอบว่า Self Motivation คืออะไร พร้อมทริคชาร์จพลังใจจากข้างในที่ทำได้จริงและดีต่อใจในระยะยาว
