Interview : คุยกับคุณอิศมา “นักกิจกรรมบำบัด” ผู้คืนความสุขให้กับทุกมื้ออาหารในครอบครัว
กินได้อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป มาทำความเข้าใจว่า นักกิจกรรมบำบัด คือ ใคร พร้อมแชร์เทคนิค ฝึกกลืนอาหาร ใน ผู้สูงอายุ เพื่อทุกมื้ออาหารที่ปลอดภัย
สำหรับหนุ่มสาววัยทำงาน การหาเวลาว่างสัก 1 ชั่วโมงนั่งอ่านหนังสือสงบๆ อาจดูเป็นเรื่องยากพอๆ กับการตื่นตีห้ามาออกกำลังกาย เพราะแค่เคลียร์งานประจำและดูแลตัวเอง พลังงานในแต่ละวันก็แทบจะหมดลงแล้ว จึงไม่แปลกเลยที่หนังสือดีๆ ที่เราซื้อมาจะค่อยๆ กลายเป็น กองดอง สูงท่วมหัว แต่เชื่อไหมคะว่า คุณไม่จำเป็นต้องมีเวลาว่างเป็นชั่วโมงก็อ่านจบได้ เพียงแค่รู้วิธีออกแบบ ตารางเวลาอ่านหนังสือ ให้ยืดหยุ่นและเข้ากับไลฟ์สไตล์จริงของคุณ และในบทความนี้ DIYINSPIRENOW จะเอาวิธีคิดดีๆ ที่ปรับใช้ได้จริงมาฝากกันค่ะ
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมทุกครั้งที่เราเดินออกจากร้านหนังสือ พร้อมความรู้สึกตื่นเต้นและตั้งใจว่าจะอ่านวันละ 1 ชั่วโมง แต่ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน หนังสือเล่มนั้นกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกองดองบนโต๊ะทำงานไปเสียอย่างนั้น ? ปัญหาอาจไม่ใช่ว่าคุณไม่มีวินัยหรือขี้เกียจค่ะ แต่เป็นเพราะเรากำลังบังคับตัวเองด้วยตารางเวลาอ่านหนังสือแบบคุมขังสมองต่างหาก ถ้าเราเปลี่ยนจากการยัดเวลาลงตาราง มาเป็นการจัดตารางตาม “จังหวะพลังงาน” ของร่างกาย การอ่านหนังสือจะกลายเป็นเรื่องสบายๆ ที่ช่วยฟื้นฟูพลังใจในทุกๆ วันได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
หลายคนติดภาพว่า การมีวินัยคือการล็อคเวลาไว้เลย เช่น “ต้องอ่านหนังสือตอน 20:00 – 21:00 น. ทุกวัน” แต่ในชีวิตจริง ความล้าจากการทำงาน งานด่วนที่แทรกเข้ามา หรือแม้แต่สภาพจิตใจในวันนั้นกลับไม่เคยเป็นใจให้เราเลย ดังนั้นการจัดตารางที่ตึงเกินไปจะทำให้สมองมองการอ่านหนังสือเป็น “งานชิ้นที่ 101 ของวัน” แทนที่จะเป็นช่วงเวลาพักผ่อน และเมื่อเราทำไม่ได้ตามแผน ความรู้สึกผิดก็จะเริ่มก่อตัว จนในที่สุดเราก็เลือกที่จะหลบเลี่ยงด้วยการเลิกอ่าน แล้วปล่อยให้หนังสือเล่มนั้นเลื่อนสถานะไปอยู่ในกองดองอย่างสมบูรณ์แบบในที่สุดนั่นเองค่ะ

หากต้องการที่จะก้าวข้ามปัญหานี้ไปให้ได้ เราต้องเปลี่ยนจากการบริหารเวลา (Time Management) มาเป็นการบริหารพลังงาน (Energy Management) แทนค่ะ โดยใช้ 3 ขั้นตอนดังนี้ค่ะ
คนเรามีช่วงเวลาที่สมองแล่นต่างกันตามนาฬิกาชีวภาพ หรือ Circadian Rhythm (จังหวะการทำงานของร่างกายตลอด 24 ชั่วโมง) ดังนั้นขั้นแรกให้ลองสังเกตตัวเองดูว่าคุณเป็นคนประเภทไหน ตัวอย่างเช่น
แทนที่จะตั้งเป้าอ่านหนังสือเป็นวันละ 50 หน้า ก็ให้ลองใช้หลักการของ Atomic Habits ด้วยการตั้งเป้าหมายให้เล็กที่สุดจนสมองปฏิเสธไม่ลง เช่น “อ่านวันละ 2 หน้า” หรือ “อ่านวันละ 5 นาที” ลองดูนะคะเพราะเมื่อคุณลงมือทำได้ง่าย ร่างกายจะสร้างแรงส่ง (Momentum) ให้คุณอยากอ่านต่อไปเองโดยไม่อึดอัดนั่นเองค่ะ
ให้ลองแทรก ตารางเวลาอ่านหนังสือ เข้ากับสิ่งที่คุณทำเป็นประจำอยู่แล้ว เช่น “หลังจากชงกาแฟเช้าเสร็จ จะเปิดอ่านหนังสือ 3 หน้า” หรือ “หลังจากอาบน้ำเสร็จ จะอ่านหนังสือ 1 บท” วิธีนี้จะทำให้การอ่านกลายเป็นระบบอัตโนมัติของชีวิตโดยไม่ต้องใช้แรงฮึดเยอะเลยค่ะ
เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น ลองนำวิธีในตารางนี้ไปปรับใช้ให้เข้ากับจังหวะชีวิตของคุณกันดูนะคะ
| รูปแบบไลฟ์สไตล์ | เป้าหมายตารางเวลา | ช่วงเวลาที่แนะนำ | เทคนิคเสริม |
| คนทำงานเวลาน้อย | วันละ 10-15 นาที | ช่วงตื่นนอน หรือ บนรถไฟฟ้า | อ่านบน E-book หรือฟัง Audiobook |
| นักศึกษา / สายอ่านสอบ | ครั้งละ 25 นาที (พัก 5-10 นาที) | ช่วงเย็น หลังพักจากการเรียน | ใช้เทคนิค Pomodoro (ลองอ่านเรื่อง Pomodoro Technique เพิ่มเติมกันดูนะคะ) |
| สายสโลว์ไลฟ์ / เสพงานเขียน | สัปดาห์ละ 1-2 ชั่วโมง | เช้าวันเสาร์-อาทิตย์ ในคาเฟ่ | จัด Block Time ยาวๆ เพื่อดำดิ่งลงไปในเนื้อหา |
ตารางเวลาเป็นแค่ “เครื่องมือ” แต่สิ่งที่ทำให้เราอ่านหนังสือได้อย่างต่อเนื่องจริงๆ คือ “วิธีคิด” ค่ะ หากเรายังมี Mindset แบบเดิม ตารางเวลาไหนๆ ก็ช่วยไม่ได้ ดังนั้นเราเลยอยากชวนลองปรับวิธีคิดตาม 4 ข้อที่เราสรุปมานี้กันดูนะคะ

เมื่อเราสร้างระบบการอ่านที่ตรงกับสไตล์ของเรา และจัดตารางเวลาอ่านหนังสือจนอ่านจบเล่มได้สำเร็จแล้ว อยากชวนทุกคนต่อยอดคุณค่าการเดินทางของหนังสือเล่มนั้นๆ ต่อไปอีกค่ะ ลองมาดูวิธีที่เราแนะนำนะคะ
| Inspire Now ! : ไม่มีตารางเวลาอ่านหนังสือแบบไหนที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับทุกคน มีเพียงตารางที่เหมาะสมกับ “ตัวคุณในวันนี้” มากที่สุดเท่านั้น เลิกกดดันตัวเองให้ต้องทลายกองดองให้หมดในเร็ววัน แต่ให้ดื่มด่ำกับความรู้ และความสุขในทุกๆ หน้าที่ได้อ่าน แล้วคุณจะพบว่า การอ่านหนังสือไม่ใช่ภาระ แต่คือพื้นที่ปลอดภัยที่คุณอยากกลับมาหาในทุกๆ วันค่ะ |
|---|
DIYINSPIRENOW ทำให้ฉันเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมใช่ไหม ? ใครวางแผนการอ่านแล้วได้ผลยังไง หรือมีวิธีไหนที่อยากแบ่งปันต่อ คอมเมนต์มาบอกกันบ้างนะคะ ♡
เลี้ยงชานมเป็นกำลังใจให้นักเขียน หรือ สนับสนุนเว็บ DIYINSPIRENOW ให้เราผลิตคอนเท้นต์ดีๆต่อไปกันน้า
ขอบคุณที่ซัพพอร์ตเป็นกำลังใจให้ทีมเรานะคะ 💚
กินได้อาจไม่ปลอดภัยเสมอไป มาทำความเข้าใจว่า นักกิจกรรมบำบัด คือ ใคร พร้อมแชร์เทคนิค ฝึกกลืนอาหาร ใน ผู้สูงอายุ เพื่อทุกมื้ออาหารที่ปลอดภัย
Sympathy คือ อะไร แตกต่างกับ Empathy ตรงไหน ชวนทำความเข้าใจ และฝึกเพื่อการสื่อสารที่เข้าถึงใจคนให้ได้ดีมากกว่าเดิม พร้อมตัวอย่าง เข้าใจง่าย
ยิ่งขยันยิ่งหมดไฟ อาจเพราะคุณใช้เชื้อเพลิงผิดประเภท! มาหาคำตอบว่า Self Motivation คืออะไร พร้อมทริคชาร์จพลังใจจากข้างในที่ทำได้จริงและดีต่อใจในระยะยาว
